บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

MINOR INTERNATIONAL (MINT TB)

Resilient earnings amid headwinds

  • คาดกำไรปกติ 2Q26 เติบโต 2% y-y จากฤดูกาลท่องเที่ยวของยุโรปและ RevPAR ของธุรกิจโรงแรมที่ยังแข็งแกร่ง

  • คาดผลประกอบการ 2H26 แข็งแกร่งขึ้น จาก booking ที่ยังดี การฟื้นตัวของมัลดีฟส์ และการควบคุมต้นทุนที่ช่วยหนุนกำไรใน 3Q26

  • คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ 32.50 บาท โดยหุ้นยังซื้อขายเพียง 13x P/E ปี 2026 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงแรม

ฤดูกาลท่องเที่ยวยุโรปหนุนกำไร 2Q26

เราคาดกำไรปกติ 2Q26 ของ MINT ที่ 3.48 พัน ลบ. เติบโตก้าวกระโดด q-q จาก 144 ลบ. ใน 1Q26 ตามฤดูกาลท่องเที่ยวของยุโรป และเพิ่มขึ้น 2% y-y จากการเติบโตของรายได้ แม้ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในวงจำกัด เราคาดรายได้เติบโต 17% q-q และ 4% y-y จาก RevPAR ของโรงแรมที่เช่าและเป็นเจ้าของเองซึ่งเติบโต 5% y-y (+32% q-q) จากการปรับขึ้น ADR ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารคาดว่า SSSG และ TSSG ค่อนข้างทรงตัว y-y อย่างไรก็ตาม EBITDA margin คาดว่าจะลดลง 0.7ppt y-y จากต้นทุนค่าเช่าและค่าแรงธุรกิจโรงแรมที่สูงขึ้น แม้บริษัทพยายามควบคุมต้นทุน ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% q-q (-7% y-y) จากการกู้เงินแบบ syndicated loan เพื่อรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน

การจองห้องพักและการควบคุมต้นทุนหนุน 2H26

เราคาดกำไรปกติใน 1H26 จะคิดเป็น 36% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2026 สูงกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ 34% เล็กน้อย และคาดว่ากำไร 2H26 ดีขึ้น โดย 3Q26 จะยังเติบโต y-y ยอดจองห้องพักล่วงหน้าเดือน ก.ค. 2026 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยยุโรปคาด RevPAR เติบโตระดับ low-single digit ไทยเติบโตระดับ mid-single digit และมัลดีฟส์กลับมาเติบโต double digit หลังการเชื่อมต่อเที่ยวบินดีขึ้น นอกจากนี้ มาตรการควบคุมต้นทุนและป้องกันความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายพลังงานปีนี้ในระดับสูง จะช่วยชดเชยต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นในยุโรปและพยุงมาร์จิ้น ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารมีแนวโน้มดีขึ้นจากการทำโปรโมชั่นที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น อีกทั้งการเปิดให้บริการโรงแรม Anantara Siam หลังการปรับปรุงในเดือน ส.ค. จะช่วยหนุนอัตรากำไรธุรกิจโรงแรม

ยังมีทางเลือกสำหรับการสร้างมูลค่าสินทรัพย์เพื่อหนุนการลดหนี้

MINT ยังคงเป้าหมายการลดภาระหนี้ แต่ระบุว่าการจัดตั้ง REIT ในสิงคโปร์ยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาด โดยอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงและความต้องการลงทุนที่ลดลง ยังกดดัน valuation แม้ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ catalyst สำคัญด้านการลดหนี้ล่าช้า และอาจทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง แต่บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์ผ่านการขายโรงแรม การทำ sale-and-leaseback และความเป็นไปได้ของ Minor Food IPO ทั้งนี้ ประมาณการของเรายังไม่รวมผลประโยชน์จากโอกาสของธุรกรรมเหล่านี้ หากดำเนินการสำเร็จจะเป็น upside ต่อประมาณการ ช่วยเร่งการลดหนี้ เสริมความแข็งแกร่งของงบดุล และเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในระยะกลาง

คงคำแนะนำ ซื้อ ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน

หลังโครงการซื้อหุ้นคืนสิ้นสุดลง MINT ซื้อหุ้นคืนได้น้อยกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า เราจึงปรับลดประมาณการ EPS ปี 2026-28 ลง 3% และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 32.50 บาท (DCF) จาก 33.50 บาท เทียบเท่า 18x P/E ปี 2026 (ราว -1.0SD) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายเพียง 13x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงแรมไทยที่ 19x เรายังคงมองว่า 2Q26 จะได้รับผลกระทบด้านกำไรมากที่สุดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้จะเกิดความไม่สงบรอบใหม่ เราคาดว่าการจองห้องพักโรงแรมที่ยังเติบโตและสนับสนุนแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้นใน 2H26 เทียบกับ 1H26 เราคาดว่าการเติบโตของกำไรจะเร่งตัวในปี 2027-28 จากการท่องเที่ยวฟื้นตัว แผนขยายธุรกิจ และการปรับตัวดีขึ้นของมาร์จิ้นจากกลยุทธ์ asset-light ของบริษัท

- Advertisement -