ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ค่าเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย หลัง Fed คงดอกเบี้ย ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบหนัก

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 30 ก.ค. 2569 ที่ระดับ 33.47 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก 33.57 บาทในวันก่อน เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ทดสอบแนวรับ 33.50 บาท ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังคณะกรรมการ FOMC มีมติ 9-3 คงดอกเบี้ยที่กรอบ 3.50-3.75% ตามคาด แต่ประธาน Fed Kevin Warsh ไม่ส่งสัญญาณชัดเจนต่อแนวโน้มดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดึงหนัก โดย Dow Jones ลง -2.19% S&P 500 ลง -1.52% และ Nasdaq ลง -1.74% ธนาคารกรุงไทยผ่าน Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินเงินบาทจะเคลื่อนไหว Sideways ใกล้ 33.50 บาท และคาดกรอบ 24 ชั่วโมงที่ 33.40-33.65 บาท/ดอลลาร์

ทองคำปรับขึ้น 700 บาท ขณะที่รอผลประชุม FOMC และติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง

สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองวันที่ 30 ก.ค. 2569 ปรับขึ้น 700 บาทจากวันก่อนหน้า ทองคำแท่งรับซื้อ 64,550 บาท ขายออก 64,750 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 63,262.68 บาท ขายออก 65,550 บาท ราคาทองโลกแกว่งระหว่าง 4,054-4,116 ดอลลาร์/ออนซ์ โดย YLG วิเคราะห์ว่าราคาทองยังติดแนวต้าน 4,100 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนชะลอเปิดสถานะก่อนผลประชุม FOMC ขณะสหรัฐฯ และอิหร่านระงับการโจมตีชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสเจรจา ทำให้น้ำมันดิบดิ่งลง WTI ปรับลง 4-5% มาที่ 84 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดความกังวลเงินเฟ้อ ส่วนแนวรับทองระยะสั้นอยู่ที่ 3,960 และ 3,800 ดอลลาร์/ออนซ์

ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,739 ล้านบาท กดดัชนี SET ลง -1.21%

ตลาดหุ้นไทยวันจันทร์ ดัชนี SET ปิดที่ 1,624.47 จุด ลดลง 19.92 จุด หรือ -1.21% จากแรงขายหนักในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และปิโตรเคมี โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 1,664 ล้านบาท และล่าสุดมีรายงานต่างชาติขายสุทธิสูงถึง 1,739.41 ล้านบาท สถาบันและพอร์ตโบรกเดินตามการขายของต่างชาติ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อสวนทาง ตลาดยังมีความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันดิบเกิน 90 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ กลยุทธ์ระยะสั้นแนะนำเพิ่มความระมัดระวัง รอจังหวะลงทุนในหุ้นที่กำไรเติบโตดี ปันผลสูง และคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง

ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ

AIS  (Last Price 378.0 บาท YTD return +17.76%)

AIS Business รุกตลาดอาคารอัจฉริยะด้วยโซลูชัน Digital Backbone ครบวงจร 5 ด้าน ได้แก่ High Availability Fiber, Fiber Optic, Network Resilience, Indoor Mobile Coverage และ Enterprise Wi-Fi โดยอ้างอิงข้อมูล JLL ว่า 60% ของอาคารสำนักงานในกทม.มีอายุเกินกว่า 20 ปี เป็นโอกาสยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (ที่มา: ทันหุ้น)

TOG (Last Price 7.6 บาท YTD return +16.03%)

TOG คาดผลงานครึ่งปีหลัง 2569 ใกล้เคียงครึ่งปีแรก ยังคงเป้ารายได้เติบโต 8% จากฐาน 3,592 ล้านบาทในปีก่อน โดยตลาดแคนาดาโต 34% และอเมริกาโต 14% ใน Q1 บริษัทล็อกราคาวัตถุดิบระยะยาวเพื่อคุมต้นทุนให้มีเสถียรภาพ (ที่มา: ทันหุ้น)

TFG (Last Price 9.8 บาท YTD return +112.12%)

TFG ยังคงเป้าเติบโตรายได้ 10-15% ในปี 2569 โดยราคาหมูฟื้นตัวสู่ 74 บาท ราคาไก่หน้าฟาร์ม 43-44 บาท เพิ่มจากจุดต่ำสุด 15-20% บาทอ่อนที่ 33-34 บาท/ดอลลาร์หนุนส่งออกไก่ 90,000-100,000 ตัน และขยายสาขา TFM เป็น 875 แห่งภายในสิ้นปี (ที่มา: ทันหุ้น)

TCAP (Last Price 71.25 บาท YTD return +21.28%)

TCAP อนุมัติซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7,500 ล้านบาท ไม่เกิน 104.86 ล้านหุ้น หรือ 10% ของหุ้นทั้งหมด ระหว่าง 17 ส.ค. 2569 ถึง 16 ก.พ. 2570 เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินและเพิ่ม ROE กับ EPS โดยมีกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร 71,724 ล้านบาทรองรับ (ที่มา: ทันหุ้น)

SIS (Last Price 26.25 บาท YTD return +25.0%)

SIS รับมือราคาอุปกรณ์ IT พุ่ง 30% ส่งผลจำนวนเครื่องลดลง 10-15% แต่ยอดขายรวมยังโต แบ่งผลกระทบกำไร 3 กลุ่ม คือขาดทุน เสมอตัว และกำไรเพิ่ม คาด Q3/2569 ปรับดีขึ้นเมื่อปัญหาสัญญาราคาเก่าหมดไปและตลาดรับรู้ราคาใหม่แล้ว (ที่มา: ทันหุ้น)

STECON (Last Price 17.7 บาท YTD return +180.95%)

STECON เตรียมเสนอขายหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี จองขั้นต่ำ 100,000 บาท เปิดจำหน่าย 3-5 ส.ค. 2569 ผ่านแบงก์ 6 แห่ง ได้รับเรตติ้ง BBB+ แนวโน้มคงที่จากทริส มีแบ็กล็อก 126,890 ล้านบาท เงินที่ได้จะลงทุนในธุรกิจใหม่สร้างรายรับสม่ำเสมอ (ที่มา: ทันหุ้น)

PTTEP (Last Price 148.5 บาท YTD return +31.4%)

PTTEP แจ้งงบวันนี้ คาดกำไรไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่จากราคาขายและปริมาณขายเพิ่ม พร้อมกำไรจาก Hedging ขณะที่ไตรมาส 3 มีแนวโน้มชะลอตัวตามราคาน้ำมัน และแผนปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตในอ่าวไทย แต่ยังได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลระดับสูง แนะ “ซื้อ” หรือ “ซื้อเก็งกำไร” (ที่มา: ทันหุ้น)

DPAINT (Last Price 0.25 บาท YTD return -62.69%)

DPAINT ได้รับไฟเขียวจาก IFA ลงทุนใน CPR เพื่อพัฒนาโครงการ The City Phuket คอนโด Low Rise 3 อาคาร 249 ยูนิต IRR สูงกว่า 30% พร้อมเสนอขาย RO ไม่เกิน 368 ล้านบาท หลังเพิ่มทุน D/E ลดจาก 1.05x เหลือ 0.55x เป็นส่วนหนึ่งของ New S-Curve หลังขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 (ที่มา: ทันหุ้น)

Macro & Policy

  • Federal Reserve มีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ที่กรอบ 3.50-3.75% โดยมีสมาชิก 3 คนลงคะแนนสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ประธาน Warsh ไม่ส่งสัญญาณชัดเจนต่อแนวโน้มนโยบาย ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 30 ปีพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี นักลงทุนตั้งคำถามว่า Warsh จะดำเนินการเพียงพอต่อการควบคุมเงินเฟ้อหรือไม่ ขณะที่ GDP สหรัฐฯ Q2 โตเพียง 1.5% ต่ำกว่าคาด จาก Federal spending และสินค้าคงคลังที่หดตัว ส่วน Core Inflation เดือนมิถุนายนอยู่ที่ 3.3%

  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้แต่จะส่งสัญญาณ Hawkish เนื่องจากแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินด้วยการซื้อเยนจำนวนมาก ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นการแทรกแซงอย่างเป็นทางการ ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ตามคาด โดยคณะกรรมการระบุถึงความเสี่ยงเงินเฟ้อขาขึ้นเป็นปัจจัยกังวล

  • จีน รายงานการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ลดลงในเดือนกรกฎาคม หลังจากฟื้นตัวชั่วคราว ผลสำรวจ China Beige Book พบกิจกรรมโรงงานชะลอตัวใน ก.ค. สะท้อนโมเมนตัมการส่งออกที่อ่อนแอลง ด้านสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายสนับสนุน Mahan Air ของอิหร่าน และ Trump ประกาศต้องการเพิ่มภาษีต่ออิหร่านในร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย ขณะที่ OpenAI ตัดราคาโมเดล GPT-5.6 สองรุ่น เพื่อรับมือกับความอ่อนไหวด้านต้นทุนของลูกค้าองค์กร

Corporate & Earning

  • Microsoft (MSFT) หุ้นพุ่ง +15% หลังรายงาน Q4 ที่แข็งแกร่ง โดย Azure โตเกินคาด และ Copilot ขยายตัวดี บริษัทประกาศเพิ่มงบ Capex จาก Demand ที่แข็งแกร่ง และคาดว่า Free Cash Flow ปีการเงินใหม่จะเป็นบวก พร้อมปรับวิธีบัญชี Data Center และอาคารสำนักงาน ด้าน Amazon (AMZN) รายงาน AWS โต 37% YoY เกินคาดที่ 31% และเพิ่มงบ Capex ปี 2026 เป็น 220,000 ล้านดอลลาร์ หุ้นปรับขึ้นหลังประกาศผล

  • Meta (META) หุ้นดิ่ง -8% หลังรายงาน Q2 ที่ Revenue ต่ำกว่าคาด Free Cash Flow หดตัวรุนแรง และให้ Revenue Guidance อ่อนกว่าที่นักวิเคราะห์คาด Reality Labs ขาดทุนกว่า 4,600 ล้านดอลลาร์ใน Q2 บริษัทคาด Capex ปี 2026 ที่ 125,000-145,000 ล้านดอลลาร์ และประกาศร่วมทุนกับ BlackRock พัฒนา Data Center ขนาดใหญ่ที่ El Paso รัฐเท็กซัส ด้าน Apple (AAPL) iPhone ขายดีเกินคาดแต่ Services และรายได้จีนต่ำกว่าคาด หุ้นปรับลงหลังชั่วโมงซื้อขาย

  • Coinbase (COIN) รายงานขาดทุน Q2 กว้างกว่าคาด นับเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันที่พลาดเป้า Revenue และ EPS จาก Trading Volume คริปโตที่ชะลอตัว แม้ Subscription Revenue ยังทรงตัว หุ้นลดลง 6% หลังประกาศผล ด้าน Starbucks (SBUX) รายงาน Same-Store Sales โตติดต่อกัน 4 ไตรมาส ปรับเพิ่ม Full-Year Outlook CEO Brian Niccol ระบุกำลังดึงความภักดีของลูกค้ากลับคืนสำเร็จ ส่วน Chipotle (CMG) ปรับเพิ่มเป้า Same-Store Sales แม้ยอดขายช่วงปลาย ก.ค.ถูกกระทบจากความกังวล Cyclospora

  • Lam Research (LRCX) หุ้นพุ่ง +17% นำกลุ่มชิปพุ่ง หลังผลประกอบการแข็งแกร่งร่วมกับ Microsoft และ Arm ส่ง AMD และ Micron ดีดตัวแรงในช่วง Chip Rally ด้าน Rivian (RIVN) ลดงบรายจ่ายปี 2026 และลดประมาณการขาดทุนให้แคบลง Jersey Mike’s (JMKE) เริ่มซื้อขายใน NYSE ราคา IPO ที่ 23 ดอลลาร์ หุ้นลง 6% วันแรก ส่วน Monolithic Power Systems (MPWR) หุ้นพุ่งหลัง Beat ทั้ง Earnings และ Guidance และ MasTec (MTZ) หุ้นร่วง 18% แม้ผลประกอบการ Inline เพราะนักลงทุนผิดหวัง

Geopolitics & Risk

  • สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรุนแรงเพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อกองกำลังอเมริกัน กองกำลัง IRGC ของอิหร่านขู่ “ลงโทษผู้รุกราน” ในวันเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานโดรนโจมตีเรือสองลำที่ท่าเรือเมดิเตอร์เรเนียนของอียิปต์ใกล้คลองสุเอซ โดยยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบ อิหร่าน Houthi และกลุ่มติดอาวุธอิรักขยายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค ราคาน้ำมันผันผวนหนีก่อนปรับลงหลังซาอุดีอาระเบียเสนอจัดตั้งกองกำลังทางเรือร่วม

  • การโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทะเลแดง และทะเลดำ บังคับให้เจ้าของเรือเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้า กระทบรูปแบบการค้าโลก จีนขู่ตอบโต้หลังสหรัฐฯ ประกาศห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ Humanoid จากจีน โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่ามาตรการนี้ทำลายความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างรุนแรง ขณะที่บราซิลระงับการอนุมัติทูตของ Trump ทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-บราซิลตึงเครียดยิ่งขึ้น

- Advertisement -