บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Electricity Generating (EGCO.BK/EGCO TB)*
กำไรยังมีแนวโน้มอ่อนแอใน 2Q69F (Neutral‧Maintained)
Event
ประมาณการ 2Q69F กับ conference call
Impact
ประมาณการ 2Q69F – หลายปัจจัยลบกดดันพร้อมกัน
วันที่ 14 ส.ค. EGCO น่าจะเผยกำไรสุทธิ 2Q69F ที่ 630 ล้านบาท (-71% YoY และ -28% QoQ) กับกำไรหลัก (ตัดกำไร Fx ออก) ที่ 430 ล้านบาท (-77% YoY และ -56% QoQ) กำไรที่แย่ลง QoQ จะมาจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของหลายโครงการ (Paju ES, Compass, Linden และ KEGCO) รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม Yunlin เข้าสู่ช่วง low season แม้ว่าผลงานของ BLCP จะดีขึ้น (ไม่ปิดซ่อมบำรุง) และ QPL จะได้ประโยชน์จากการประหยัดต้นทุน ส่วนที่กำไรแย่ลงมาก YoY จะเป็นเพราะผลงานของ QPL อ่อนแอลง (จากสัญญา PPA ใหม่ที่มีอัตราค่าไฟฟ้าลดลง), โรงไฟฟ้า Yunlin (ความเร็วลมลดลง), โครงการ Paju ES (ส่วนแบ่งตลาดลดลง) และ Apex (ไม่มีการขายโครงการ) แม้ว่าจะได้รับการชดเชยบางส่วนจากคชจ. SG&A และต้นทุนการเงินที่ลดลงก็ตาม
ความเสี่ยงของกำไรระยะสั้นถูกกลบด้วยโอกาสการเติบโตในอนาคต
กำไรหลักปี 2569–71F ของเรายังคงต่ำกว่า consensus ราว 32–35% สะท้อนสมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมมากกว่า แม้ปรับลดกำไรลงมาแล้ว 25% YTD กำไรหลัก 1H69F ที่ 1.4 พันล้านบาท (-60% YoY) คิดเป็นเพียง 35% ของกำไรปี 2569F ของเราและ 23% ของ consensus เราจึงมองว่ากำไรปี 2569F ของเรายังมี downside risk ราว 15–20% แม้ขณะนี้ เราคาดตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับโอกาสการเติบโตจากโครงการภายใต้ PDP2569 และการขยายการลงทุนในต่างประเทศมากกว่ากำไรระยะสั้นที่อ่อนแอ โดยที่ ฐานะการเงินของ EGCO ยังคงแข็งแกร่งด้วยเงินสดราว 3.0 หมื่นล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 1.2x (เทียบ covenant ที่ 3x) และมีวงเงินกู้เพิ่มเติม (debt headroom) สูงถึง 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการลงทุนในโครงการใหม่ได้ ในเบื้องต้น เราคาดกำไรหลัก 3Q69F จะฟื้นตัว QoQ ที่ราว 800 ล้านบาท–1.0 พันล้านบาท หนุนจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (XPCL, NT1 และ NT2) เป็นช่วงฤดูกาลผลิตไฟฟ้าได้สูงกับโครงการในสหรัฐฯ (Compass และ Linden) ดีขึ้นด้วย
Upside จากแผน PDP2569 และโอกาสในธุรกิจ Data Center (DC)
เรามอง 2 ปัจจัยบวกหลักที่ตลาดควรติดตาม ประการแรก พื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้า KEGCO Unit 2–3 ในภาคใต้ของไทยที่ปลดระวางไปตั้งแต่ปี 2559 อาจเป็นข้อได้เปรียบในการประมูลกำลังการผลิตใหม่ภายใต้ PDP2569 โดยพื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับ capacity ได้ราว 600–800MW และสำคัญเชิงกลยุทธ์ จากภูมิภาคนี้น่าจะเผชิญข้อจำกัดด้าน capacity ไฟฟ้ามากขึ้น ประการที่สอง EGCO กำลังเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data Center (DC) ในพื้นที่นิคม ฯ ระยองขนาด 609 ไร่ หากโครงการนี้สำเร็จ จะช่วยสร้างรายได้ประจำจากการจำหน่ายสาธารณูปโภค และเปิดโอกาสการเติบโตใหม่ภายใต้รูปแบบ direct PPA
Valuation & Action
เราคงคำแนะนำถือ EGCO ราคาเป้าหมาย 125.00 บาท (DCF, WACC ที่ 4.9%) แม้แนวโน้มกำไรระยะสั้นของ EGCO ยังไม่น่าตื่นเต้น แต่เราเชื่อว่าตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับโอกาสการเติบโตจาก PDP2569 และธุรกิจ Data Center มากขึ้น ขณะนี้ valuation ที่ไม่แพงและ dividend yield ที่น่าสนใจ ~5% น่าจะช่วยรองรับราคาหุ้นได้ โดยเราคาดว่า DPS ช่วง 1H69F จะทรงตัวที่ 3.25 บาทต่อหุ้น (yield ราว 2.4%)
Risks
ปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overruns และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย








