บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

หุ้นแนะนำเดือน ส.ค. – เน้นหุ้นเชื่อมโยงลงทุนเอกชน และท่องเที่ยว

พอร์ตหุ้นเดือน ก.ค. ขยับขึ้นเพียง 0.4% และ under-perform ตลาดโดยรวม 

ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนหนักในเดือนกรกฎาคม โดยในขณะที่ปัจจัยในประเทศเป็นบวก แรงกดดันตลาดหุ้นไทยมาจากปัจจัยต่างประเทศ (เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน) สำหรับปัจจัยในประเทศ เราเริ่มเห็นการปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวของ GDP ไทยจากองค์กรหลัก ๆ บวกกับความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งได้แก่ Thai Individual Saving Account (TISA) อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET ยังคงถูกฉุดจากการย้ายกลุ่ม โดยมีการโยกเงินออกจากกลุ่มที่วิ่งขึ้นมาแล้วอย่างมีนัยสำคัญ และ เผชิญความเสี่ยงของอุตสาหกรรมมากขึ้น อย่างเช่น กลุ่มเทคโนโลยีโลก มายังกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น ส่งผลให้หุ้น DELTA* ซึ่งเป็นหุ้นตัวใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทยเกิด correction โดยย่อลงมาลึก  

ในภาพใหญ่ SET Index น่าจะผันผวนต่อใน ส.ค. แต่เรายังมองว่ากลุ่มการลงทุนในประเทศ และ ท่องเที่ยวน่าจะ outperform 

สำหรับเดือนสิงหาคม เราคาดว่าดัชนี SET จะยังคงผันผวนอย่างหนักต่อเนื่อง เพราะ i) ยังมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และ ทิศทางราคาน้ำมันดิบ แม้ว่าเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ประธานาธิบดี Trump ของสหรัฐจะส่งสัญญาณการทำข้อตกลงหยุดยิงรอบใหม่ออกมาii) หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงผันผวน เนื่องจากนโยบายการเงินสหรัฐยังคงตึงตัว บวกกับนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามกับผลตอบแทนจากการลงทุน (return on investment) ของงบลงทุนก้อนใหญ่ของผู้เล่นในอุตสาหกรรม และ iii) ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วง peak season ของการประกาศผลประกอบการกลุ่มที่ไม่ใช่ธุรกิจการเงินในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งตามปกติแล้วจะเป็นช่วงที่ราคาหุ้นจะผันผวนถ้าผลประกอบการรายสัปดาห์แตกต่างไปจาก consensus อย่างไรก็ตาม เรายังคงมองว่าหุ้นไทยที่โยงกับการลงทุนในประเทศ และ การท่องเที่ยวจะ outperform ดัชนีหุ้นหลักได้  

หุ้นแนะนำเดือน ส.ค. ได้แก่ KBANK*, GULF*, AWC*, ERW* และ SIRI* 

KBANK*: กำไรของธนาคารใน 2Q69 เพิ่มขึ้นปานกลาง จากการที่สินเชื่อฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง 4% QoQ และ 3% YTD และ รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากธุรกิจ wealth management โดยผลประกอบการสะท้อนถึงความสามารถของธนาคารในการเกาะกุมโอกาสที่จะขยายสินเชื่อท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น 

GULF*: เรามองว่า GULF มี upside ที่น่าสนใจในระยะยาวจากธุรกิจไฟฟ้า, สื่อสาร, ธนาคาร และ data center โดย PDP2026 จะเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างการเติบโตเพิ่มเติม เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 2Q69F จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท (+23% QoQ, +62% YoY) โดยจะมาจากเงินปันผลของ KBANK’s*, ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นของ IPP และ ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน 

AWC*: เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 2Q69F จะอยู่ที่ 231 ล้านบาท (+11% YoY, -70% QoQ) เพราะได้แรงหนุนจากธุรกิจโรงแรม และ การพาณิชย์ที่ดีขึ้นอย่าต่อเนื่องทั้งคู่ เราคาดว่าโมเมนตัมกำไรจะดีขึ้นอีกใน 2H69F เพราะได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งขึ้นจากกลุ่ม leisure และ MICE, RevPAR ที่เพิ่มขึ้น และ อุปสงค์ที่แข็งแกร่งตามฤดูกาล

ERW*: เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q69F จะเพิ่มขึ้น YoY โดยโมเมนตัมของกำไรจะแข็งแกร่งขึ้นไปจนตลอด 2H69F เพราะได้แรงหนุนจาก RevPAR ที่ฟื้นตัวได้ดี, จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น, ยอดจองล่วงหน้าแข็งแกร่งขึ้น และ มีการจัดงานใหญ่ ๆ ใน 4Q69F อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผลการดำเนินงานจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ราคาหุ้น ERW ยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 

SIRI*: เราคาดว่ากำไรสุทธิของ SIRI ใน 2Q69F จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ เป็นประมาณ 900 ล้านบาท ถึง 1 พันล้านบาท เพราะได้แรงหนุนจากยอดโอนโครงการคอนโดมิเนียมที่มี margin สูงขึ้น และ มีกำไรพิเศษบางรายการ เราคาดว่ากำไรสุทธิในงวด 1H69F จะอยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท (-7% YoY) คิดเป็น 46% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรในงวด 2H69F จะแข็งแกร่งขึ้น HoH เพราะจะมียอดโอนเพิ่มขึ้นจากคอนโดมิเนียมหกโครงการ และ คาดว่าจะมีกำไรพิเศษอีก 

 

- Advertisement -