บล.ฟิลลิป:
ธนาคารกรุงเทพ – BBL (BBL TB)
2H69 สินเชื่อมีโอกาสเร่งตัว
Key Point
ยังมีสินเชื่อที่รอเบิกจ่ายอยู่อีกมาก น่าจะทำให้สินเชื่อใน 2H69 เร่งตัวขึ้นได้ แต่ BBL ยังคงเป้าการปล่อยสินเชื่อในปีนี้ไว้ที่ 2 – 3% ต้นทุนดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มที่จะลดลงได้อีก จากก่อนหน้านี้ BBL ไม่ลดดอกเบี้ยเงินฝากลงมากเท่าดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อรักษาระดับเงินฝากไว้สำหรับรองรับการปล่อยสินเชื่อ การตั้งสำรองใน 2H69 อาจจะลดลงจาก 1H69 ได้ ยังคงประมาณการกำไร และยังคงราคาพื้นฐาน 218 บาท แนะนำ “ซื้อ”
ยังมีสินเชื่อรอเบิกจ่ายอยู่มาก แต่ยังคงเป้าสินเชื่อ 2 – 3%
BBL ยังมีสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติแล้วรอเบิกจ่ายอยู่อีกมาก ซึ่งน่าจะทำให้สินเชื่อใน 2H69 เติบโตมากกว่าสินเชื่อที่เติบโตใน 1H69 โดยใน 2Q69 สินเชื่อของ BBL โตไปแล้ว 2.7% ซึ่งสินเชื่อที่เติบโตส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อรายใหญ่ และใน 2H69 สินเชื่อที่เติบโตก็น่าจะยังคงเป็นสินเชื่อรายใหญ่อยู่เช่นเดิม อย่างไรก็ตามทาง BBL ยังคงเป้าการปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 2-3% เหมือนเดิม ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ที่สินเชื่อในปี 69 น่าจะเติบโตมากกว่า 3% ได้
มีโอกาสที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะลดลงอีก
ในช่วงที่ผ่านมา BBL ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงค่อนข้างมาก ประกอบกับสินเชื่อที่เติบโตขึ้นส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อรายใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ทำให้ผลตอบแทนสินเชื่อลดลงจาก 4.26% ณ สิ้นปี 68 เหลือ 3.76% ใน 2Q69 และทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลดลงจาก 2.75% ณ สิ้นปี 68 เหลือ 2.46% ใน 2Q69 ช่วงที่เหลือของปีการลดลงของผลตอบแทนสินเชื่อน่าจะลดลงได้อย่างจำกัดแล้วจากการยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มเติม ในขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยยังมีโอกาสที่จะลดลงได้ต่อ โดยที่ผ่านมา BBL มีการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากลงน้อยมาก เมื่อเทียบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เนื่องจากพยายามจะรักษาเงินฝากไว้เพื่อรองรับสินเชื่อ ซึ่งน่าจะทำให้ NIM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้
การตั้งสำรองใน 2H69 อาจจะลดลง
ใน 1H69 BBL มีระดับการตั้งสำรองที่ 1.33% ถึงแม้จะลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.47% ค่อนข้างมากแต่ก็ยังสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1% เนื่องจากระดับ NPL ใน 2Q69 ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% จาก 3.1% ใน 1Q69 โดยใน 2H69 มีแนวโน้มที่ระดับการตั้งสำรองอาจจะลดต่ำลง แต่ยังไม่น่าจะต่ำเท่ากับเป้าที่ตั้งไว้
คงประมาณการกำไร และราคาพื้นฐาน แนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงประมาณการกำไรปี 69 ของ BBL ไว้ที่ 42 พันลบ. ลดลง 8.5% y-y จากรายได้ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่อาจจะไม่สูงเท่ากับปีก่อน ยังคงราคาพื้นฐานไว้ที่ 218 บาท ยังเหลือส่วนต่างพอสมควร แนะนำ “ซื้อ”








