บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

PYLON (PYLON TB) (BUY)

2Q26E resilience ahead of 3Q26E peak

  • คาดกำไรสุทธิ 2Q26 แข็งแกร่ง ทรงตัว q-q และเพิ่มขึ้น 32% y-y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น แม้รายได้จะอ่อนตัวลง

  • กำไร 3Q26 คาดว่าจะทำจุดสูงสุด จากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างโครงการ Central Embassy เต็มไตรมาส

  • คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งขึ้น

คาดกำไร 2Q26 ทรงตัวได้ แม้รายได้อ่อนตัวลง

เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 จะทรงตัว q-q แต่เพิ่มขึ้น 32% y-y สู่ระดับ 77.5 ล้านบาท เทียบกับประมาณการเดิมของเราที่คาดว่าจะลดลง q-q รายได้งานก่อสร้างคาดอยู่ที่ 453 ล้านบาท (-7% q-q, +17% y-y) โดยการลดลง q-q มีสาเหตุหลักจากจำนวนวันทำงานที่ลดลงจากช่วงวันหยุดยาว รวมถึงการย้ายเครื่องจักรไปยังพื้นที่โครงการใหม่ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม การใช้เครื่องจักรคาดว่าจะเฉลี่ยราว 15 เครื่องในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 18–20 เครื่องในเดือนมิถุนายน โดยมีปัจจัยหลักจากการเริ่มโครงการ Central Embassy Phase 2 ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน

อัตรากำไรคาดปรับตัวขึ้นหนุนงานใหม่ที่มาร์จิ้นดีขึ้น

แม้เราคาดว่ารายได้งานก่อสร้างจะอ่อนตัว q-q แต่ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรใน 2Q26 จะมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งขึ้น เราคาดอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 จะเพิ่มขึ้นเป็น 25.8% จาก 23.7% ใน 1Q26 และ 24.5% ใน 2Q25 โดยการขยายตัวของอัตรากำไรคาดว่าจะมาจากโครงสร้างโครงการที่เอื้ออำนวยมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่ได้รับงานซึ่งมีมาร์จิ้นสูงขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่ลดลง ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างอันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์น่าจะอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากบริษัทได้ปรับประมาณการต้นทุนของโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการไปแล้วในงบการเงิน 1Q26

ผลประกอบการ 3Q26 คาดเป็นจุดสูงสุดของปี

หากผลประกอบการ 2Q26 เป็นไปตามที่เราคาด กำไรสุทธิ 1H26 ของ PYLON จะอยู่ที่ 155 ล้านบาท (+101% y-y) คิดเป็น 60% ของประมาณการทั้งปีของเรา เราคาดว่ากำไร 3Q26 จะเพิ่มขึ้นทั้ง q-q และ y-y และเป็นจุดสูงสุดของปี จากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างโครงการ Central Embassy เต็มไตรมาส ซึ่งจะช่วยผลักดันการใช้เครื่องจักรขึ้นสู่ระดับราว 20 เครื่อง

คงคำแนะนำ ซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง

เราคาดว่า PYLON จะได้รับงานใหม่ราว 200–300 ล้านบาทใน 2Q26 ส่งผลให้งานในมือ ณ สิ้น 2Q26 อยู่ที่ราว 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับการใช้กำลังการผลิตเต็มที่เกือบตลอด 4Q26 โครงการที่อยู่ระหว่างการประมูลในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ภาคเอกชน ได้แก่ โรงแรม โรงพยาบาล และอาคารสำนักงาน นอกจากนี้ เรายังมองเห็นโอกาสที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม Data Center ภายหลังการได้รับงานใหม่ใน 2Q26 ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับงานเพิ่มเติมในอนาคต จากประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมาของบริษัทในโครงการ Data Center เราคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 4.0 บาท (อิง PBV เป้าหมายที่ 2.4 เท่า) จากโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งในช่วง 2Q–3Q26 และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2026 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 7%

- Advertisement -