บล.เอเซีย พลัส: 

AGRO ราคาเนื้อสัตว์ไทย ก.ค. เริ่มขยับขึ้น (Neutral)

Flash Points

  • ราคาเนื้อสัตว์ไทยเดือน ก.ค. 2569 ขยับขึ้นและสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่ เม.ย. โดย CPF รายงานราคาสุกรเฉลี่ยอยู่ที่ 64 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 5% mom (แต่ยังลดลง 15.8% yoy) และราคาไก่เนื้อ 42 บาท/กก. ดีดตัวขึ้นแรง 16.7% mom และ 2.4% yoy ซึ่งสูงกว่าระดับจุดคุ้มทุนของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีต้นทุนเลี้ยง 60-65 บาท/กก. สำหรับสุกร และ 38 บาท/กก. สำหรับไก่

  • ส่วนต่างประเทศ ข้อมูล CPF เปิดเผยราคาสุกรเวียดนาม มิ.ย. อยู่ที่ 6.39 หมื่นดอง/กก. และ 2Q69 เฉลี่ย 6.56 หมื่นดอง/กก. (-4.6% yoy,-4% mom) สูงกว่าระดับคุ้มทุนที่ 4.6-4.7 หมื่นดอง/กก.) ขณะที่เดือน ก.ค. ยังใกล้เคียงเดือนก่อนหน้าในกรอบ 6.3-6.4 หมื่นดอง/กก. ส่วนราคาสุกรในจีนเดือน ก.ค. เฉลี่ย 11 หยวน/กก. ฟื้นเล็กน้อยจากเฉลี่ย 10-11 หยวน/กก.ในเดือนก่อนหน้า (ต้นทุนเลี้ยง 13.5 หยวน)

Impact Insight

  • ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์ไทยในเดือน ก.ค. มาจากอุปสงค์และอุปทานที่กลับมาสมดุลมากขึ้น โดยอุปสงค์ได้รับแรงหนุนจากมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส และฤดูกาลส่งออกไก่ไทย ขณะที่อุปทานที่ตึงตัวมาจากมาตรการควบคุมการผลิตสุกรของผู้ประกอบการรายใหญ่ร่วมกับภาครัฐ, การลดกำลังผลิตของเกษตรกรรายย่อย และการปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น จึงคาดว่าราคาเนื้อสัตว์ไทยช่วง 2H69 มีโอกาสทยอยปรับเพิ่มจากระดับเฉลี่ยช่วง 1H69 ด้านต่างประเทศ คาดราคาสุกรเวียดนามจะทรงตัวในระดับสูงจากอุปสงค์และอุปทานที่สมดุล ส่วนจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังภาครัฐเข้ามาแทรกแซงเพื่อดำเนินมาตรการลดปริมาณผลผลิต

  • ด้านต้นทุนการเลี้ยงเริ่มเห็นสัญญาณบวก โดยราคาข้าวโพดเดือน ก.ค. อ่อนตัว 5% mom อยู่ที่ 12.50บาท/กก. (+8.7% yoy) จากปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้นตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว ขณะที่ราคากากถั่วเหลืองยังใกล้เคียงเดือนก่อนที่ 16.20 บาท/กก. (+7% yoy)

Execution

  • แม้ราคาเนื้อสัตว์ไทยเริ่มฟื้นตัวใน ก.ค. แต่ต้องติดตามความต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี หากราคาเนื้อสัตว์สามารถยืนระดับสูงได้ พร้อมกับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ทยอยลดลง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อมาร์จิ้นและการดำเนินงาน 3Q69 ฟื้นตัวจาก 2Q69 นอกจานี้ยึดติดตามประเด็นการเปิดนำเข้าไก่จากจีนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งฝ่ายวิจัยยังมองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างจำกัด โดยระยะสั้น ชอบ GFPT (ประกาศงบ 13 ส.ค.) มากกว่า CPF (งบออก 14 ส.ค.) จากผลประกอบการ 2Q69 ที่ดีกว่า

- Advertisement -