FSSIA Daily Focus: Risk-On หลังเจรจาสงครามเพื่อเปิดฮอร์มุซคืบหน้า

มุมมองตลาด

เราคาด SET Index แกว่งตัวในแดนบวกเข้าหากรอบ 1,625–1,640 จุด จากบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาเป็น Risk-On หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านมีความคืบหน้า และคาดหวังจะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ในเร็ว ๆ นี้

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด

ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงหลุด US$80 ต่อบาร์เรล ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับลดลงและตลาดลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed หนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง โดยตลาดยังติดตามตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน, Nonfarm Payrolls และเงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค.

หุ้นเด่นวันนี้: SAWAD – “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 35 บาท

  • คาดกำไร 2Q26 อยู่ที่ 1.43 พันลบ. (+7% q-q, +13% y-y) จากการเติบโตของสินเชื่อและการควบคุมต้นทุนที่ดี ขณะที่โมเมนตัมกำไรคาดยังแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 3Q26 และสูงสุดของปีใน 4Q26
  • แนวรับ 25.00-24.50 บาท แนวต้าน 26.25 // 27.00 // 29.00 บาท

ประเด็นสำคัญวันนี้

(+) TRUE กำไรปกติ 2Q26 อยู่ที่ 6.74 พันลบ. (+61% y-y, +3% q-q) จากต้นทุนที่ลดลงและ EBITDA Margin ที่ดีขึ้น โดยกำไร 1H26 คิดเป็น 52% ของ Consensus สะท้อนโอกาสปรับประมาณการกำไรขึ้นต่อ

(0) SISB คาดกำไร 2Q26 ชะลอตัวตามจำนวนนักเรียนที่ลดลง โดย Marina Singapore International School จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตตั้งแต่ ส.ค. 2027 พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”

(+) SEAFCO คาดกำไรสุทธิ 2Q26 เพิ่มขึ้น 142% y-y แม้ลดลง q-q จากวันหยุดยาวและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น โดยคาดกำไร 3Q26 จะทำจุดสูงสุดของปี พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.50 บาท

(+) PYLON คาดกำไรสุทธิ 2Q26 ทรงตัว q-q และเพิ่มขึ้น 32% y-y จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น โดยคาดกำไร 3Q26 จะทำจุดสูงสุดของปี พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4 บาท

- Advertisement -