De-escalation ถ่วง US Bond Yield หนุนภาวะ Risk-on
คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1,631/1,645 จุด รับ 1,610/1,607 จุด
บรรยากาศลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงบวก US Bond Yield 10 ปีดิ่งลง -7 bps สู่ 4.61% โซนต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลัง รมว.คลังสหรัฐฯ คาดช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดได้ใน 2-3 วันนี้ ถ่วงราคาน้ำมันดิบ Brents เช้านี้ลดลงเหลือ 78-80 เหรียญฯ (prev. 85 +/- เหรียญฯ) ขณะที่ตำแหน่งงานเปิดใหม่ มิ.ย.26 สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด เราประเมินสร้างแรงส่งทางบวกต่อ EM Asia ที่นำเข้าน้ำมันสุทธิ และเศรษฐกิจกำลังมีแรงส่งจาก CAPEX cycle แม้ฝั่ง Data Center ที่สหรัฐฯเตรียมแผนแบนการนำเข้าอุปกรณ์ใยแก้วนำแสงจากจีน แต่จะบวกเอเชียชาติอื่นได้ภาพย้ายฐานหนุน ส่วนภายในวันนี้ติดตามเงินเฟ้อ ก.ค. 26 คาดเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย BOT ผสาน สงครามคลายลงต่อเนื่อง หนุนการใช้ดอกเบี้ยต่ำขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุน ซึ่งฝั่ง Data Center ที่มีกระแสปรับเกณฑ์ลงทุน ข้อสรุปดูจะมีความชัดเจนเกิดขึ้นเร็ว+ไม่กระทบโครงการเดิมมีนัยฯและหนุนการใช้ Supply chain ภายในมากขึ้น หนุนลงทุนเดินหน้าเร่งต่อ คาด SET แกว่งขึ้น
หุ้นธีมเด่นวันนี้
1) หุ้น Anti-commodities การบิน BA, THAI, AOT ไฟฟ้า GPSC, WHAUP เครื่องดื่ม ICHI ค้าปลีก CPALL, CRC
2) หุ้น De-escalation เช่าซื้อ MTC, KTC, JMT ท่องเที่ยว CENTEL, ERW, MINT ร.พ. BH, BDMS (นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเด่น +14% w-w) High Yield ADVANC
3) หุ้นธีมลงทุน นิคม AMATA, WHA ไฟฟ้า GULF, GUNKUL รับเหมา STECON, PYLON, INSET ธนาคาร KBANK, KTB ชิ้นส่วนฯ (เก็งกำไร)
KSS Alpha Espresso Picks : GULF GPSC MTC (De-escalation)
Key Factors:
(+) War: รมว.คลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซกับอิหร่านสรุปใน 2-3 วันนี้ ถ่วงราคาน้ำมันดิบ Brents เช้านี้ลงสู่ 78-80 เหรียญฯ (prev. 85 +/-) บวกต่อเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่เอเชีย (EM Asia) ในฐานะนำเข้าน้ำมันสุทธิ US Bond Yield 10ปี ปรับลงต่ออีก -7 bps สู่ 4.61% โซนต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หนุนสินทรัพย์เสี่ยง และบวกหุ้นธีม Anti-commodities และ De-escalation
(*/+) TH CPI: วันนี้ (5 ส.ค.) ติดตามรายงานเงินเฟ้อไทย ก.ค. ตลาดคาด Headline CPI +2.52%y-y, -0.18%m-m vs prev. +2.42%, +0.54% และ Core CPI +1.51%y-y vs prev. +1.23% ประเมินเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย BOT ที่ 1-3% ผสาน ราคาน้ำมันลดระดับต่อเนื่อง คาดภาพนโยบายการเงินการคลังสอดประสานหนุนการลงทุน เศรษฐกิจไทยเดินหน้า บวก SET และหุ้นธีมลงทุน
(*/+) Infra Tech: รัฐเตรียมอนุมัติเกณฑ์ธุรกิจ Data Center ใหม่ เน้นรวมศูนย์อนุมัติ อนุมัติโครงการ เพื่อจัดการทรัพยากร อาทิ (น้ำ/ไฟฟ้าหมุนเวียน) และมลพิษให้มีประสิทธิภาพ + กระจายการลงทุน และหนุนธุรกิจไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน โดยกระทบต่อโครงการเดิมจำกัด โดยรวมบวกตามที่เราประเมิน คาดความชัดเจนนี้จะช่วยดึงดูดการลงทุน และเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่ม Infra Tech, ไฟฟ้า, รับเหมา, สื่อสาร นิคม
(*/+) US Tariffs: ปธน. Trump ร่างคำสั่งห้ามนำเข้าอุปกรณ์ Data Center จากจีน โดยเฉพาะสายเคเบิลใยแก้วนำแสงด้วยความเร็วแสงในศูนย์ข้อมูล บวกต่อไทยที่กำลังสร้างฐานผลิตอุปกรณ์ดังกล่าว (Photonics) จิตวิทยาบวกนิคม ธนาคาร หุ้นชิ้นส่วนฯ
(*) To monitor : วันนี้ (5 ส.ค.) ภายนอก 1) ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตร (ADP) ส.ค. 26 หลังยอดตำแหน่งงานเปิดรับ ก.ค. 26 ต่ำกว่าคาด 2) PMI ภาคบริการ (ISM) ก.ค. 26 ภายใน 3) เงินเฟ้อ CPI 4) รายงานกำไร 2Q26F วันนี้ NER, SYNEX, BCPG
Technical Focus 5 สิงหาคม 2569
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ : “ฟื้นตัวทดสอบแนวต้าน 1,631 / 1,635 วางแนวรับ 1,615 / 1,610”
กราฟ SET ยังคงมีแรงขายทำกำไรกดดันเป็นระยะ และปิดต่ำกว่าแนวเส้นค่าเฉลี่ย EMA 5,10 วัน แต่ยังรักษาโซนสำคัญที่บริเวณ EMA 25 วันไว้ได้ ในขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคบางเครื่องมือยังมีทิศทางที่เป็นบวก อาทิ RSI ที่ขยับขึ้นมากกว่า 50 อย่างไรก็ตามเครื่องมือส่วนใหญ่ยังมีภาพชะลอตัวออกข้าง อาทิ Modified stochastic ยังขยับลง (%K ตัด %D ลง) และ MACD ที่แกว่งตัวออกข้างต่ำกว่า Signal line เป็นต้น สำหรับ Volume ยังชะลอคัวลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 วัน จึงให้น้ำหนัก SET ระยะสั้นอาจยังมีความผันผวนแต่มีลุ้นฟื้นตัวทดสอบแนวต้านบริเวณ High เดิมที่ 1,631 / 1,635 จุด ส่วนแนวรับวางไว้ที่บริเวณ 1,615 / 1,610 จุด
คำแนะนำ :
1.) นักลงทุนระยะสั้นแนะนำซื้อเก็งกำไร อิงกรอบแนวรับ / แนวต้านที่กำหนด
2.) นักลงทุนระยะกลางถึงยาว ยังเน้นถือลงทุน (แนะนำใช้ EMA 50 วันเป็นจุดลดความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนระยะกลาง)
เก็งกำไร
- BH เป้าหมาย 191.0 / 194.0 แนวรับ 187.0 จุดตัด 185.0
- JMT เป้าหมาย 13.00 / 13.60 แนวรับ 12.20 จุดตัดขาดทุน 11.80
- SAWAD เป้าหมาย 26.25 / 27.50 แนวรับ 25.00 จุดตัดขาดทุน 24.60
- PSL เป้าหมาย 8.85 / 9.20 แนวรับ 8.45 จุดตัดขาดทุน 8.30
Depositary Receipts (DR)
- MRVL80 เป้าหมาย 7.55 / 8.00 แนวรับ 7.00 จุดตัดขาดทุน 6.80
KSS Commodities Update – 05-ส.ค.-26
- น้ำมันดิบ Brent -9.75%DoD ปิดที่ US$ 79.36/barrel
- น้ำมันดิบ West Texas -5.69%DoD ปิดที่ US$ 75.77/barrel
- ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle -0.87%DoD ปิดที่ US$ 136.65/ตัน
- ก๊าซธรรมชาติ NYMEX -3.56%DoD ปิดที่ US$2.682/MMBtu
- น้ำตาล +0.20%DoD ปิดที่ 15.04Cent/lb
- ถั่วเหลือง -1.22%DoD ปิดที่ 1177.75 Cent/bu
- น้ำมันปาล์ม -0.31%DoDปิดที่ 4537Myr/mt
- ยาง TOCOM +1.23%DoD ปิดที่ 419.3JPY/kg
- เหล็กเส้น 0.00%DoD ปิดที่ 462 CNY/MT
- ดัชนีค่าระวางเรือ BDI +3.27% ปิดที่ 2936 จุด
- ราคาแร่เงิน +2.38% ปิดที่ 59.5545 US$/Oz
- ราคาทองคำ +0.58% ปิดที่ 4077.99 US$/Oz
- ราคาบิทคอย +0.87% ปิดที่ 64297.15 USD








