บล.เอเซีย พลัส:
BBGI 2Q69 กำไรปกติทำ New High และดีกว่าคาด … รอปันผลทั้งปีราว 5% (Buy)
Flash Points
- BBGI รายงานกำไรสุทธิงวด 2Q69 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 83.2%qoq มาอยู่ที่ 484.9 ล้านบาท ดีกว่าที่คาดไว้มาก หนุนจากกำไรปกติที่เพิ่มขึ้นมีนัยฯ 177.8%qoq มาอยู่ที่ 624 ล้านบาท จากธุรกิจไบโอดีเซลที่มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 22%qoq มาอยู่ที่ 115.5 ล้านลิตร จากการรับรู้การปรับเพิ่มสัดส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเป็น B7 (เดิม B5) ได้เต็มที่ทั้งไตรมาส และราคาขาย B100 ที่เพิ่มขึ้นอีก 14.9%qoq มาอยู่ที่ 42.44 บาท/ลิตร จากราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตาม supply ที่ส่งออกสู่ตลาดโลกลดลง ถึงแม้ว่าธุรกิจเอทานอลจะมีผลประกอบการลดลง QoQ จากปริมาณขายที่อ่อนตัว1.6%qoq มาอยู่ที่ 67.3 ล้านลิตร จากการหยุดซ่อมบำรุงประจำปี และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าราคาขายที่เพิ่ม 4.7%qoq มาอยู่ที่ 21.79 บาท/ลิตร ก็ตาม
- ในส่วนของรายการพิเศษ สุทธิแล้วเป็นผลขาดทุน 139.2 ล้านบาท ประกอบด้วย 1) ผลขาดทุนจากการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์บางโครงการ 174 ล้านบาท 2) กำไร stock 35 ล้านบาท เทียบกับ 1Q69 ที่มีกำไร stock 40 ล้านบาท เพียงรายการเดียว
Impact Insight
- ภาพรวมกำไรปกติ 1H69 อยู่ที่ 848.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 274.4%yoy และคิดเป็น 97.2% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 เดิมที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 – 70 ขึ้นอีกระลอก 50.1% และ 54.1% จากเดิม มาอยู่ที่ 1.3 และ 1.0 พันล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มอัตรากำไรของธุรกิจไบโอดีเซลขึ้นมาอยู่ที่ 7.3% และ 6.0% (เดิม 6.2% และ 5.0% ตามลำดับ) และปรับเพิ่มการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ SAF ขึ้นมาอยู่ที่ 302.3 และ 304.3 ล้านบาท (เดิม 49.1 และ 83.7 ล้านบาท ตามลำดับ) ส่งผลให้กำไรปกติปี 2569 เพิ่มขึ้น 213%yoy ก่อนลดลง 23.2%yoy ในปี 2570 ตามอัตรากำไรที่คาดจะทยอยลดลงใกล้เคียงระดับปกติ
- งวด 3Q69 คาดกำไรปกติอ่อนตัว QoQ จากธุรกิจไบโอดีเซลที่คาดราคาขายจะลดลง อย่างไรก็ตามคาดยังมีแรงหนุนชดเชยบางส่วนจากราคาขายเอทานอลที่คาดสูงขึ้นจากต้นทุนมันสำปะหลังที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ปริมาณขายโดยรวมคาดทรงตัว
Execution
- ปรับไปใช้ FV ปี 2570 อยู่ที่ 7.0 บาท/หุ้น อิง EPS ที่ 0.7 บาท/หุ้น (ปี 2569 อยู่ที่ 0.91) และ PER 10 เท่า (เดิม 12 เท่า) แม้คาดกำไรระยะสั้น 3Q69 จะอ่อนตัว QoQ จากฐานสูง แต่คาดยังยืนในระดับดีต่อเนื่องได้ ในช่วงที่ยังมีความผันผวนจากสงคราม พร้อมคาดหวัง dividend yield กว่า 5%/ปี จึงแนะนำหาจังหวะทยอยสะสมลงทุนระยะยาว








