บล.เอเซีย พลัส:
BCP กำไร 2Q69 โโตเท่าตัว QoQ ดีกว่าคาด…รอลุ้นปันผลสูงต่อ (Trading)
Flash Points
-
BCP รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 เท่ากับ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 99.2%qoq ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท แตกต่างหลักมาจากรายการพิเศษ ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1%qoq ใกล้เคียงคาด โดยในส่วนของกำไรสุทธิที่ดีขึ้นนั้นนอกจากได้รับผลบวกหลักจากกำไรปกติแล้ว ยังได้รับอานิสงส์จากรายการพิเศษสุทธิในงวดนี้พลิกกลับเป็นกำไรรวม 199 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายรวม 3.7 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า เนื่องจากบันทึกขาดทุน Hedging รวม realized และ unrealized ลดลงเหลือ 538 ล้านบาท จากขาดทุนสูงถึง 1.2หมื่นล้านบาทในงวดก่อนหน้าและบันทึกกลับเป็นกำไรสต็อกน้ำมันที่2ล้านบาทอีกด้วย
-
โดยในส่วนของกำไรปกติ 2Q69 ที่เพิ่มขึ้น 22.1%qoq มาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เป็นผลหลักมาจากธุรกิจโรงกลั่นที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจากงวดก่อนหน้า จาก GRM ที่ลดลงเพียงเล็กน้อยมากมาอยู่ที่ 18.4 จาก 18.6 เหรียญฯในงวดก่อนหน้า รวมถึงได้รับปัจจัยบวกจากธุรกิจการตลาดที่ Markting Margin ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.26 จาก 0.73 บาทต่อลิตร นอกจากนี้เริ่มรับรู้กำไรจากธุรกิจ SAF 1 เดือนครึ่ง เป็นไตรมาสแรก ถึงแม้จะถูกกดดันจากธุรกิจโรงไฟฟ้า (BCPG) ที่กำไรลดลง 23.7%qoq เพราะโรงไฟฟ้า US มีแผนปิดซ่อม และเข้าสู่ช่วง Low season ของโรงไฟฟ้าลม รวมถึงธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมผ่าน OKEA ที่ถูกกดดันจากปริมาณขายที่ลดลง แม้ราคาขายจะเพิ่มขึ้น และมีการตั้ง impairment 582 ล้านบาท ตามราคาน้ำมัน forward price ที่ลดลง
Impact Insight
-
กำไรปกติ 1H69 เท่ากับ 2.2 หมื่นล้านบาท ดีขึ้นมีนัยฯจากช่วงเดียวกันของปี และคิดเป็น 80.9% ของประมาณการทั้งปีที่ประเมินไว้ เบื้องต้นฝ่ายวิจัยคงประมาณการ ภายใต้สมมติฐาน GRM ในปี 2569-70 ที่ 10.0 และ 7.5 เหรียญฯต่อบาร์เรล ตามลำดับ และรวมกำไรจากธุรกิจ SAF ในประมาณการซึ่งกำไรจะเฉลี่ยอยู่ราว 2.0-3.0 พันล้านบาทต่อปี และกำไรจากธุรกิจ Chevron HK ที่จะเริ่มบันทึกในปี 2570 ในประมาณ ซึ่งมีกำไรเฉลี่ยราว 500-600 ล้านบาทต่อปี
-
ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักกำไรในช่วง 2H69 อ่อนตัวลงมีนัยฯจาก 1H69 ภายใต้สมมติฐานสงครามใหญ่จบลง แต่อาจมีเกิดขึ้นบ้างเป็นระลอกๆ จึงทำให้ Outlook 3Q69 คาดกำไรปกติจะลดลง QoQ ตามค่าการกลั่น 3Q69 ที่เริ่มลดลงหลังจากสงครามคลี่คลายมากขึ้น แต่คาดจะมีแรงกดดันบางส่วนต่อเนื่องจาก Crude Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง จากการเจรจาเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงคาดธุรกิจการตลาดเข้าสู่ช่วง Low season เช่นเดียวกับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมผ่าน OKEA คาดราคาขายจะลดลง QoQ ถึงแม้กำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้า (BCPG) จะดีขึ้น QoQ จากช่วงฤดูกาลฤดูร้อนในสหรัฐ และฤดูฝนของโรงไฟฟ้าน้ำที่ลาว
Execution
-
มูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2569 เท่ากับ 48 บาทต่อหุ้น เบื้องต้นคาดเงินปันผล 1H69 จะจ่ายราว 2.5 บาทต่อหุ้น (จากทั้งปีที่คาดจะจ่าย 5 บาท) คิดเป็น Dividend Yield ครึ่งปีสูงถึง 5.5% แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อเพื่อรับเงินปันผลระหว่างกาล โดยคาดว่าจะมีการประชุมอนุมัติปันผลช่วงสัปดาห์สุดท้ายของ ส.ค.








