บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
STECON GROUP (STECON TB)
2Q26E earnings set to surge
- คาดกำไรสุทธิ 2Q26 เร่งขึ้น 160% q-q และ 78% y-y หนุนจากเงินปันผลรับ รายได้เพิ่มขึ้น และการควบคุม SG&A ดีขึ้น
- คาดกำไร 3Q26 จะชะลอลง q-q จากฐานสูง แต่ปรับดีขึ้น y-y จากการฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง
- คงประมาณการและราคาเป้าหมายที่ 19.1 บาท คงคำแนะนำถือ จาก upside ที่จำกัด
คาดกำไร 2Q26 แข็งแกร่งจากเงินปันผลและการฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 912 ล้านบาท (+160% q-q, +78% y-y) โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากเงินปันผลรับจาก GULF จำนวน 736 ล้านบาท หากไม่รวมเงินปันผลดังกล่าว คาดกำไรอยู่ที่ 249 ล้านบาท (+61% q-q, +54% y-y) หนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง รายได้รวมคาดเพิ่มขึ้นเป็น 9.3 พันล้านบาท (+28% q-q, +6% y-y) จากความคืบหน้าที่เร่งตัวของโครงการใหม่ที่เริ่มก่อสร้างในช่วงต้น 1Q26 โดยโครงการหลักที่คาดว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้ม และโครงการ Data Center
อัตรากำไรแข็งแกร่งและการควบคุมต้นทุน
เราคาดอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 อยู่ที่ 7.6% ลดลงเล็กน้อยจาก 7.8% ใน 1Q26 จากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นตามความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี คาดว่าอัตรากำไรจะยังอยู่เหนือระดับ 7.2% ใน 2Q25 และสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่มากกว่า 7% โดยได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนรายได้จากโครงการภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น อีกทั้ง การควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดมากขึ้น เราคาดสัดส่วน SG&A ต่อรายได้จะลดลงเป็น 3.2% เทียบกับ 4.1% ใน 1Q26 และ 4.2% ใน 2Q25 สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่ต่ำกว่า 4%
กำไร 3Q26 มีแนวโน้มชะลอลง q-q จากฐานสูง
หากกำไร 2Q26 ออกมาตามคาด กำไรสุทธิ 1H26 จะอยู่ที่ 1.26 พันล้านบาท (+48% y-y) คิดเป็น 73% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา เราคาดว่า 2Q26 จะเป็นจุดสูงสุดของกำไรในปีนี้ กำไร 3Q26 คาดลดลง q-q จากฐานที่สูงเป็นพิเศษใน 2Q26 แต่ยังเติบโต y-y หนุนจากการฟื้นตัวของรายได้ก่อสร้างจากการดำเนินโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง บริษัทคงเป้ารับงานใหม่ปี 2026 ที่ 5 หมื่นล้านบาท (เทียบกับ 6.8 พันล้านบาทที่ได้รับแล้วใน 1Q26) และมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนใน Data centerที่เพิ่มขึ้น รวมถึงคาดหวังการเร่งตัวของการลงทุนภาครัฐใน 2H26
ราคาหุ้นมี Upside จำกัด คงคำแนะนำถือ
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ที่ 1.7 พันล้านบาท (-11% y-y) และราคาเป้าหมายที่ 19.1 บาท อิง PBV ที่ 1.6x โดยราคาหุ้นปรับขึ้นแล้ว 182% YTD ส่งผลให้เหลือ upside จากราคาเป้าหมายต่ำกว่า 10% เราจึงยังคงคำแนะนำถือ อย่างไรก็ดี หากแผนการลงทุนของภาครัฐมีความคืบหน้าชัดเจนมากขึ้นมองว่ามีโอกาสเป็นปัจจัยหนุนใหม่ต่อราคาหุ้นในระยะถัดไป








