บล.เอเซีย พลัส:

HELTH (Neutral)

ลงทุนก่อนป่วย: เทรนด์สุขภาพยุคใหม่

Flash Points

  • ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC ในปี 2568 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น สะท้อนจากยอดใช้จ่ายด้านสุขภาพของสมาชิกอายุต่ำกว่า 30 ปีที่เติบโตกว่า 40%YoY นำโดยบริการทางการแพทย์, ความงาม และฟิตเนส สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิด “รักษาเมื่อเจ็บป่วย” สู่ “การลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว”
Impact Insight
  • ฝ่ายมองว่าแนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อ BDMS และ PR9 ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Wellness & Preventive Care สูงกว่าคู่แข่ง โดยคิดเป็นราว 12% และ 10-15% ของรายได้ รพ. ทำให้มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน สำหรับ BDMS จุดแข็งอยู่ที่การพัฒนา Ecosystem ด้านสุขภาพแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ “BDMS Wellness Clinic”, โครงการ “WellEra Bangkok” ที่คาดเปิดให้บริการในปี 2573 ไปจนถึงบริการ Longevity Medicine ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น ขณะที่ PR9 ได้แรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจตรวจสุขภาพ, เวชศาสตร์ป้องกัน และบริการความงาม โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะโดดเด่น 4Q ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจตรวจสุขภาพ นอกจากนี้ ธุรกิจ Wellness & Preventive Care ยังมีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจรักษาพยาบาลทั่วไป เนื่องจากใช้ทรัพยากรทางการแพทย์น้อยกว่า และมีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่ม Self-Pay ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นด้านราคาสูง รวมถึงได้รับแรงกดดันจากบริษัทประกันในระดับที่ต่ำกว่า
  • ในทางกลับกัน BH คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเทรนด์ดังกล่าวค่อนข้างจำกัด เนื่องจากรายได้หลักยังมาจากผู้ป่วยต่างชาติและการรักษาโรคมีความซับซ้อนสูง ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Wellness คิดเป็นเพียง 4% ของรายได้ รพ.
Execution
  • ภายใต้ธีมการเติบโตของตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน ฝ่ายวิจัยเลือก BDMS และ PR9 เป็นหุ้นเด่น โดยประเมินราคาเป้าหมายอิง DCF อยู่ที่ 23.00 บาท และ 22.00 บาท ตามลำดับ คิดเป็น Upside ราว 15% และ 18% จากราคาปัจจุบัน สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ Wellness & Preventive Care ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับทั้งสองบริษัท
- Advertisement -