บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
MR. D.I.Y. Holding (Thailand) PCL (MRDIYT.BK/MRDIYT TB)*
สนับสนุนจากการขยายสาขาและความได้เปรียบด้านต้นทุน (Outperform‧Upgraded)
Event
ประชุมนักวิเคราะห์
Impact
คาดว่ากำไรใน 2H69F น่าจะยังโตทั้ง YoY และ HoH
ผู้บริหารคาดว่าการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้า และ สภาวะตลาดจะดีขึ้นใน 2H69 จากการที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มจะลดลง ซึ่งสะท้อนจากราคาน้ำมันที่ลดลง (SSSG ของบริษัทในเดือนกรกฎาคมเป็นบวกหลักเดียวต่ำ ๆ) ในขณะที่ยังคงเป้าขยายสาขาในปีนี้เพิ่มอีก 210 ร้าน การที่บริษัทกำหนดสถานะเป็นร้านที่ “Always low prices” จึงอาจมีการใช้แคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการรับรู้แบรนด์ (brand awareness) และ จำนวนลูกค้าเข้าร้าน (foot traffic) ซึ่งจากการที่บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นไว้ในช่วง 51-52% (จากตัวเลขจริงในงวด 1H69 ที่ 52.0%) ทำให้เรามองว่าบริษัทยังพอมีช่องให้ยอมสละ margin ได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าอานิสงส์จากการขยายสาขาร้านบวกกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังชำระคืนหนี้ และ ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก KKV ที่ทรงตัวจากการที่ประสิทธิภาพในการดำเนินงานดีขึ้น จะมีน้ำหนักมากกว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และ ทำให้ผลประกอบการในงวด 2H69F ดีขึ้นทั้ง YoY และ HoH ทั้งนี้ เนื่องจากกำไรสุทธิในงวด 1H69 คิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ซึ่งสะท้อนความคาดหมายว่ากำไรจะดีขึ้นใน 2H69F ไปมากแล้ว ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรปี 2569F
การขยายสาขาร้านจะช่วยหนุนการเติบโตในระยะต่อไป
เราคาดว่าการขยายสาขาร้านจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2570-2571 โดยเราคาดว่าบริษัทจะเปิดสาขาเพิ่ม 190 ร้านในปี 2570F และ อีก 160 ร้านในปี 2571F (บริษัทตั้งเป้าไว้ประมาณ 200 ร้านในปี 2570F) ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนในการเปิดร้านใหม่โดยใช้รูปแบบการเช่า และ จากสถิติการเปิดสาขาร้านใหม่ในอดีต (เฉลี่ย 180 ร้านในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา) เราจึงมองว่าแผนการขยายสาขาปีละประมาณ 200 ร้านอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ ในขณะเดียวกัน อานิสงส์จากการอยู่ในเครือข่าย MR. D.I.Y. จะช่วยหนุนอัตรากำไร อย่างไรก็ตาม การที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างอัตรากำไรกับดำรงสถานะทางการตลาด “Always low prices” เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก (เราใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2570-2571 ที่ 51.0-51.1%) ซึ่งอยู่ขอบล่างของช่วงเป้าหมายของบริษัท แต่ตัวเลขกำไรที่เป็นเม็ดเงินน่าจะเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับอัตราการเติบโตของขาย และ การขยายสาขาร้าน โดยเราคาดว่าการขยายสาขาเชิงรุกจะทำให้บริษัทสามารถเพิ่ม store coverage และ เพิ่มความรับรู้ของลูกค้าได้ในระยะยาว
Valuation & action
เราขยับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 11.00 บาท อิงจาก PER ที่ 19.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.75 S.D.) จากเดิม 10.30 บาท การเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย MR. D.I.Y. เป็นจุดแข็งที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพราะช่วยเปิดช่องให้สามารถจัดแคมเปญส่งเสริมการขายได้ท่ามกลางสภาวะของการจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอ และ จะหนุนให้กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อสภาวะของการจับจ่ายใช้สอยกลับคืนมา ราคาหุ้นอ่อนตัวลงมา และ ราคาปิดล่าสุดมี upside 12% ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาได้ต่ำกว่าเป้า, ภัยธรรมชาติ, สินค้าคงคลังสูง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน








