บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Chularat Hospital (CHG.BK/CHG TB)*

เติบโตอย่างต่อเนื่อง YoY (Outperform‧Maintained)

Event 

ประมาณการ 2Q69F และขยับไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2570F 

Impact 

คาดกำไร 2Q69F เพิ่ม YoY แต่อ่อนแอ QoQ 

เราคาดว่า CHG จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q69F ที่ 226 ล้านบาท (+8.7% YoY แต่ -8.9% QoQ) คิดเป็น 22.8% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเราที่ 991 ล้านบาท (+6.6% YoY) โดยมีประเด็นสำคัญ ๆ 2Q69F มีดังนี้: 

i) รายได้ 2Q69F คาดฟื้นตัว YoY จากฐาน 2Q68 ต่ำ หลังถูกกระทบเชิงลบจากการตัดรายได้ (write-off) ของโรคเรื้อรังใน 2Q68 เราจึงคาดว่ากำไร 2Q69F ของ CHG จะฟื้นตัว โดยที่คาดรายได้ 2Q69F ที่ 2.03 พันล้านบาท (+1.0% YoY แต่ -2.1% QoQ) ส่วน gross margin คาดที่ 28.0% (จาก 27.2% ใน 2Q68 และ 28.6% ใน 1Q69) นอกจากนี้ รายได้จากสิทธิประกันสังคม (SSO) จากเคสการผ่าตัดกระเพาะลดขนาด (gastric sleeve surgery) คาดว่าจะยังไม่โดดเด่น เนื่องจากนโยบายของ SSO ยังคงจำกัดการใช้การรักษาขั้นสูง (advanced treatments) สำหรับผู้ป่วย ทั้งนี้ เราคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ 2Q69F ของบริษัทจะทรงตัวที่ 14.2% (เทียบกับ 14.0% ใน 2Q68 และ 14.4% ใน 1Q69) จากการคุมค่าใช้จ่ายได้ดี 

ii) กำไรหลัก 2Q69F คาดจะดีขึ้น YoY ขณะนี้ เราคาดว่ากำไรหลัก 2Q69F ของ CHG จะฟื้นตัวดี YoY จากฐาน 2Q68 ต่ำ โดยในช่วงดังกล่าวบริษัทจะไม่ถูกกระทบเชิงลบจากการตัดรายได้จาก SSO (written-off revenue) เหมือนที่เกิดขึ้นใน 2Q68 

iii) ไม่มีผลกระทบเชิงลบเพิ่มเติมจากผู้ป่วยต่างชาติ CHG คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากการไม่มีผู้ป่วยชาวคูเวต เพราะสัดส่วนรายได้ของโรงพยาบาลจากผู้ป่วยชาวคูเวตมีน้อยมาก (น้อยกว่า 0.1% ของรายได้รวม)  

คงประมาณการกำไรปี 2569F-70F 

หากกำไร 2Q69F ของ CHG ออกมาตามเราคาด กำไร 1H69F จะคิดเป็น 47.8% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569F ไว้ที่ 991 ลบ. (+6.6% YoY) และปี 2570F ที่ 1.02 พันลบ. (+2.9% YoY) ปัจจุบัน CHG กำลังเดินหน้าปรับขีดความสามารถด้านการรักษาพยาบาลไปสู่บริการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการเพิ่มรายได้ค่ารักษาพยาบาลตามความซับซ้อนของโรค (revenue intensity) ผ่านศูนย์การแพทย์เฉพาะทางเพื่อเพิ่มสัดส่วนกรณีผู้ป่วยหลากหลายกรณีที่สามารถทำกำไรได้สูงขึ้น หากมีการปรับเพิ่มค่าเหมาจ่ายรายหัว (capitation rate) ขึ้น 10% กรณีนี้น่าจะส่งผลให้กำไรมี upside อีกราว 3% ต่อปี  

Valuation & action 

ราคาหุ้น CHG ได้ปรับตัวขึ้น 25.6% ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะตอบรับเชิงบวกต่อความคาดหวังในการปรับเพิ่มอัตราค่าบริการทางการแพทย์ของประกันสังคม นอกจากนี้ CHG จะยังคงมีสถานะเงินสดสุทธิกับคาดให้ dividend yield สูง (>4%) ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่ากลุ่มที่ระดับ 1-2% อีกทั้งยังไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่ ดังนั้น เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CHG และขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย DCF ใหม่ปี 2570F ที่ 1.84 บาท (WACC ที่ 7.9% และ TG ที่ 1.0%) จากเดิม 1.75 บาท (ฐานปี 2569F)  

Risk 

ภาวะสงคราม โรคระบาด เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และความไม่สงบทางการเมืองรอบใหม่ 

 

- Advertisement -