บล.เอเซีย พลัส:

IVL กำไร 2Q69 ดี แต่ต่ำกว่าคาดจากคชจ.พิเศษ…2H69 ไม่สดใสตามช่วง low season (Trading)

Flash Points

  • ผลการดำเนินงานสุทธิ 2Q69 พลิกกลับเป็นกำไรที่ 6.0 พันล้านบาท ดีขึ้นกว่างวดก่อนหน้าที่เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิที่ 2.8 พันล้านบาท แต่ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ โดยส่วนต่างหลักมากจากค่าใช้จ่ายพิเศษมากกว่าคาด โดยมีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ถาวรและขาดทุนจากการจำหน่ายบริษัทย่อยรวม 1.3 พันล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายชดเชยพนักงานและปรับโครงสร้างธุรกิจอีก 1.2 พันล้านบาท แม้จะมีการบันทึกกำไรจากสินค้าคงเหลือแต่ไม่มาก
  • โดยกำไรสุทธิที่ดีขึ้นเป็นผลหลักจากผลการดำเนินงานปกติ 2Q69 ที่พลิกกลับเป็นกำไรสูงที่ 6.2 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ และดีขึ้นจากงวดก่อนหน้าที่เป็นผลขาดทุนปกติที่ 2.6 พันล้านบาท รับผลบวกหลักจากสงครามสหรัฐ–อิหร่านที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ประกอบกับการกำหนดราคาขายเป็นการกำหนดล่วงหน้าจึงรับผลบวกเต็มที่ในงวด 2Q69 บวกกับเป็นช่วง High Season ของ PET และการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ที่ยังจำกัด จึงทำให้ Spread ธุรกิจหลัก Combined PET ทั้ง Asia และ EMEA เพิ่มขึ้น 58.8%qoq และ 34.8%qoq มาอยู่ที่ 279 และ 597 เหรียญฯต่อตัน เช่นเดียวกับธุรกิจรองลงมา Indovinya ที่ได้รับผลบวกจาก margin สาร Surfactant ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้ และ margin ที่เพิ่มขึ้น
Impact Insight
  • กำไรสุทธิ และกำไรปกติ 1H69 อยู่ที่ 3.1 และ 3.6 พันล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เป็นเผชิญกับผลขาดทุน 1.8 พันล้านบาท และ 819 ล้านบาท ตามลำดับ และกำไรปกติ 1H69 ดังกล่าว คิดเป็น 46.3% ของประมาณการทั้งปีที่ประเมินไว้ ฝ่ายวิจัยได้ทำการปรับลดประมาณการ 2569-70 สะท้อนปริมาณขายที่คาดจะต่ำกว่าสมมติฐานเดิมเห็นได้จากปริมาณขายในงวด 2Q69 ที่ลดลง QoQ แม้จะเป็นช่วง high season ก็ตาม รวมถึงสถานการณ์ spread ผลิตภัณฑ์ของทั้งกลุ่ม IVL ทั้งปีนี้น่าจะต่ำกว่าสมมติฐานเดิม ซึ่งเริ่มเห็นได้จาก spread ในเดือน มิ.ย. หลังสงครามเริ่มคลี่คลาย spread ปรับตัวลดลง mom สะท้อน demand ที่แท้จริงที่ยังอยู่ในภาวะอ่อนแอตามเศรษฐกิจ และ supply ใหม่ PET ที่จะเข้ามาสู่ตลาดใน 2H69 (เลื่อนจาก 1H69) ทำให้ทั้งปี 2569-70 คาดกำไรปกติใหม่จะอยู่ที่ 6.5 และ 7.7 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยให้น้ำหนักกำไรในช่วง 2H69 จะเห็นการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับ 1H69
  • สำหรับ Outlook 3Q69 คาดจะเห็นการย่อตัวลง QoQ หลังหลังจากผ่านช่วง High Season ไปในไตรมาส 2 ภายใต้สมมติฐานสงครามสหรัฐ-อิหร่าน แม้จะกลับมาอีกครั้งแต่คาดว่าความรุนแรงจะไม่เท่ากับช่วงครั้งแรกในช่วง มี.ค.-เม.ย. ทำให้ความกังวลของผู้ประกอบการที่จะเกิดภาวะ supply ตึงตัวจะลดลง ส่งผลให้คาดการณ์ Spread ผลิตภัณฑ์จะปรับตัวลดลง นอกจากนี้คาดในส่วนของ Bottom line 3Q69 มีโอกาสพลิกกลับมาบันทึกเป็นขาดทุนจาก Inventory ได้ และหากมองในระยะถัดไปคาดกำไรงวด 4Q69 จะปรับตัวลดลงต่อจาก 3Q69 เพราะจะเป็นช่วง Low season ที่สุดของปี เนื่องจากผู้ประกอบการจะใช้สต็อกเก่าให้หมด ไม่ซื้อเพิ่มในช่วงปลายปี
  • จากการประชุมนักวิเคราะห์ IVL ยืนยันเป้าหมายปี 2569 และแผนธุรกิจปี 2571 แม้คาดว่ากำไร 2H69 ชะลอลงจากระดับสูงใน 1H69 โดยเน้นการบริหารจัดการที่ทั้งการ ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงาน, บริหาร Supply Chain, ลดสินค้าคงคลัง รวมถึงเพิ่ม Inventory Turnover และใช้ AI & Digital Tools เพื่อเพิ่ม Productivity นอกจากนี้เดินหน้าลดหนี้ได้ตามแผน ด้วยกระแสเงินสดแข็งแกร่งและการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ทำให้ Net Debt/EBITDA ลดจาก 7.6 เหลือ 5.3 เท่า
Execution
  • ภายใต้ประมาณการใหม่ มูลค่าพื้นฐานปี 2570 อยู่ที่ 26 บาทต่อหุ้น ช่วงสั้นแนะนำ Trading ตามรอบของราคาผลิตภัณฑ์ และกระแส Fund Flow ที่เข้ามาในกลุ่มฯ น่าจะสามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายได้ในระดับที่ดีกว่า เพราะหากอิงปัจจัยพื้นฐานคาดงบ 2H69 อ่อนตัวลงจาก 1H69 อาจต้องหาจังหวะสะสมช่วงราคาหุ้นปรับฐาน เพื่อเล่นรอบตามฤดูกาลอีกครั้ง ประกอบกับในปี 2570 จะไม่มี supply ผลิตภัณฑ์ PET ใหม่เกิดขึ้น ที่มีตามแผนจะเกิดขึ้นในช่วง 2H69
- Advertisement -