บล.พาย:

MTC: Muangthai Capital PCL

ผลการดำเนินงานใน 2Q26 แข็งแกร่ง

คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 39 บาท คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 16%, Terminal growth 2%) อิงจาก 1.7x PBV’26E และ 10.8x PE’26E ผลการดำเนินงานใน 2Q26 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท (+16% YoY, +4% QoQ) และ NPL ratio ทรงตัวที่ 2.6% สำหรับแนวโน้มในปี 2026-27 เราคาดว่ากำไรเติบโตต่อเนื่อง 14%/13% ตามลำดับ หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว ขณะที่แนวโน้มใน 2H26 คาดกำไรสุทธิแนวโน้มเติบโตทั้ง HoH ราว 6% เทียบกับ 1H26 และเติบโต 12% YoY เทียบกับ 2H25 ทั้งนี้ แม้อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกระทบกำลังซื้อ แต่จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ เนื่องจากมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ช่วยลดภาระลูกหนี้ และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ในปี 2026 จำกัดความเสี่ยงด้านต้นทุนการเงิน

กำไรสุทธิใน 2Q26 เติบโต 16% YoY และ 4% QoQ

  • กำไรสุทธิงวดออกมาที่ 1.9 พันล้านบาท (+16% YoY, +4% QoQ) การเติบโต เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อขยายตัว
  • สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 2.6% QoQ (+7.9% YoY) ส่งผลให้สินเชื่อใน 1H26 ปรับเพิ่มขึ้น 3% YTD ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อที่มีหลักประกัน
  • ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ NIM ปรับเพิ่มขึ้น QoQ ที่ 14% (ทรงตัว YoY) จากทั้งอัตราผลตอบแทนสินเชื่อสูงขึ้น และต้นทุนการเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • หนี้เสียเพิ่มขึ้น ขณะที่ NPL ratio ทรงตัวที่ 2.6% และ Coverage ratio อยู่ที่ 143% โดย Credit cost อยู่ที่ 234 bps (-14 bps YoY, +23 bps QoQ)
  • จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 8,906 สาขา (+152 สาขา QoQ) และสินเชื่อต่อสาขาเพิ่มเป็น 21.2 ล้านบาท
แนวโน้มการเติบโตกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2026-27
  • แม้เศรษฐกิจมีความท้าทายสูงขึ้นจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทย” ทำให้ความสามารถการชำระหนี้ของลูกหนี้ดีขึ้น นอกจากนี้ นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ในปี 2026 ช่วยจำกัดผลกระทบด้านต้นทุนการเงิน แม้อัตราเงินเฟ้อทรงตัวระดับสูง
  • คาด MTC ให้ความสำคัญต่อคุณภาพสินเชื่อ และการจัดเก็บหนี้ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพสินเชื่อ โดยสมมติฐาน Credit cost ลดลงที่ 230 bps ในปี 2026-27
  • เราคาดกำไรสุทธิปี 2026-27 เติบโตต่อเนื่อง 14%/13% หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อที่ขยายตัว
  • แม้คาด Credit cost สามารถผ่อนคลายลง แต่ด้วยความไม่แน่นอนจากปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์กระทบราคาพลังงานผันผวน คาด Credit cost ทรงตัวที่ 190 bps ในปี 2026-27 และทุก 10 bps ของ Credit cost ที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลต่อประมาณการกำไรในปี 2026 ราว 2%
- Advertisement -