US CPI ชะลอตามคาด // EPS SET ยังทยอยปรับขึ้น

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลดลง 11.74 จุด ปิดที่ระดับ 1,612.62 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7 หมื่นลบ. ถูกกดดันจากแรงขายทำกำไร DELTA ระยะสั้น รวมถึงกลุ่มธนาคารและค้าปลีกบางส่วน ขณะที่กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมียังบวกได้ตามราคาน้ำมัน ขณะที่โฟกัสหลักที่รอจับตาคือเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ แรงขายหลักมาจากบัญชีบล. 1.4 พันลบ. ขณะที่รายย่อยเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ 1.5 พันลบ. ส่วนสถาบันในประเทศและต่างชาติขายสุทธิบางๆ (ต่างชาติ Short สุทธิ Index Futures 1.2 หมื่นสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัวในแดนบวกเข้าหากรอบ 1,625-1,630 จุด หนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายมากขึ้น หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน ก.ค. ออกมาชะลอตัวตามคาด (Headline +0.1% m-m, +3.4% y-y Core +0.2% m-m, +2.5% y-y) ส่งผลให้ Bond Yield อายุสั้นชะลอตัวลงหลังตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ก.ย. ขึ้นเป็น 60% (จาก 52% ในวันก่อนหน้า) ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงทองคำ ด้านราคาพลังงานยังคงทรงตัวโดย Brent อยู่ที่ US$88 ต่อบาร์เรล หลังยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวกอย่างชัดเจนในการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามต่อในคืนนี้คือเงินเฟ้อ PPI เดือน ก.ค. สหรัฐฯ หากออกมาต่ำกว่าคาดจะเป็นปัจจัยบวกหนุนดัชนีได้ต่อเนื่อง ด้านปัจจัยในประเทศโฟกัสยังอยู่ที่การรายงานผลประกอบการ 2Q26 โค้งสุดท้าย โดยบริษัทที่ประกาศกำไรแล้วภาพรวมดีกว่าคาด 9% ยังคงหนุนให้ประมาณการ EPS SET ปี 2026 ปัจจุบันของเราปรับขึ้นสู่ระดับ 103-104 บาท ซึ่งมีลุ้นว่าตัวเลข GDP 2Q26 ที่ NESDC จะประกาศในสัปดาห์หน้าอาจออกมาดีกว่าที่คาดเช่นกัน เป็นบวกต่อกลุ่ม Domestic/Consumption และ Yield-Sensitive Play ส่วนระยะสั้นคาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI-Chip จะปรับตัวขึ้นได้ดีตาม ตลาดหุ้นต่างประเทศจากเม็ดเงินที่ยังไหลเข้ารับผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตที่ยังสดใสจาก Demand สินค้าที่สูง

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 2Q26-2H26 แข็งแกร่ง//ระยะกลาง-ยาวเน้น Domestic Play

หุ้นเด่นเดือน ส.ค. : BTG, ITC, MAGURO, SJWD, STA

FSSIA Portfolio : BA, BBL, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, SAPPE, STA, TIDLOR

หุ้นเด่น Finansia 13 ส.ค. 26 : EPG

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9 บาท    
  • กำไรปกติ 1QFY27 (เม.ย.-มิ.ย. 26) ออกมาที่ 491 ลบ. +40% q-q, +50% y-y ดีกว่าเราคาดถึง 17% หนุนจาก Gross Margin ที่ดีกว่าคาดในทุกธุรกิจ ขณะที่รายได้เติบโตแข็งแรงหนุนจากธุรกิจฉนวน Aeroflex ที่ขับเคลื่อนเป็นหลัก  
  • กำไร 1QFY27 คิดเป็น 30% ของคาดการณ์ทั้งปี ขณะที่แนวโน้มระยะข้างหน้ายังดูดี ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติ FY27-27 ขึ้น 4-10% โดย FY27 คาดกำไรที่ 1.6 พันลบ. +20% y-y
  • แนวรับ 5.70-5.60 บาท แนวต้าน 6.10-6.20//6.40//6.70 บาท
ประเด็นสำคัญวันนี้ :
  • (+) KCE กำไรปกติ 2Q26 ที่ 242 ลบ. +34% q-q, +29% y-y ดีกว่าเราคาด 17% จากรายได้ non-PCB และ GPM ที่ดีกว่าคาด คาดกำไร 3Q26 ฟื้นต่อจากการปรับราคาขาย คงกำไรปี 2026 +54% y-y แต่มูลค่าหุ้นเริ่มตึง จึงแนะนำ “เก็งกำไร”
  • (+) THAI กำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.53 พันลบ. สูงกว่าเราและตลาด 27% จากรายได้ cargo สูงกว่าคาด แนวโน้ม 2H26 ฟื้นจาก demand และ fuel cost ที่ดีขึ้น พร้อมปรับเพิ่มกำไรปี 2026 ขึ้น 7% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ 6.50 บาท
  • (+) BA กำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 331 ลบ. -84% q-q, -18% y-y และกำไรปกติ 355 ลบ. ดีกว่าเราและตลาดคาดมาก จากรายได้ที่สูงกว่าคาด คาด 3Q26 กำไรฟื้น Samui high season และราคาน้ำมันผ่อนคลาย คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21.10 บาท
  • (+) SAWAD กำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.40 พันลบ. +4% q-q, +10% y-y ตามคาด แนวโน้ม 3Q26 ดีขึ้นจากกรอบความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มและต้นทุนการเงินลดลง คงคาดกำไรปี 2026-28 โตเฉลี่ย 10.5% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 35 บาท
  • (+) MTC กำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.91 พันลบ. +5% q-q, +16% y-y ตามคาดและดีกว่าตลาด 3% จาก Opex ต่ำกว่าคาด แม้ NPL เพิ่มแต่บริหารจัดการได้ คงคาดกำไรปี 2026-28 โตเฉลี่ย 9% ยังแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40 บาท
  • (+) COM7 กำไรสุทธิ 2Q26 +30% y-y และ +6% q-q ดีกว่าคาด 5-6% จากทั้งยอดขาย และ GPM ที่ดีขึ้น ปรับเพิ่มกำไรปี 2026-28 ขึ้น 11-16% และคาดกำไรปี 2026 +20% y-y ยังแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ 35 บาท

(+/-) ตลาดดาวโจนส์ปิดผสมผสาน โดย Dow Jones ปิดที่ 53,770.27 จุด ลดลง 21.58 จุด หรือ -0.04% ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 7,748.50 จุด เพิ่มขึ้น 20.30 จุด หรือ +0.26% และ Nasdaq ปิดที่ 26,588.49 จุด เพิ่มขึ้น 143.04 จุด หรือ +0.54% โดยตลาดได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และดัชนี CPI สหรัฐฯ เดือนก.ค.ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับคาดการณ์ ซึ่งช่วยลดความกังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

(-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่ความกังวลว่าราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อในยุโรปยังถ่วงบรรยากาศการลงทุน แม้ข้อมูล CPI สหรัฐฯ ที่เป็นไปตามคาดช่วยลดความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

(+) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในเช้าวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อลดลง หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนี CPI เดือนก.ค.ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์

(-) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดย USD/THB อยู่ที่ 33.078 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับราคาปิดวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ 33.090 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลง 0.04%

(+) ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 0.07 ดอลลาร์ หรือ 0.08% ปิดที่ 88.98 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานการโจมตีเรือในตะวันออกกลางและการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังคงชะงักงัน อย่างไรก็ดี ช่วงบวกถูกจำกัดหลัง IEA และโอเปกปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2569

(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 26.40 ดอลลาร์ หรือ 0.59% ปิดที่ 4,467.50 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนี CPI เดือนก.ค.ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

- Advertisement -