บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

กังวลตะวันออกกลาง ไปหวังจาก GDP ไทย // 1,615–1,635

คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: แรงกดดันจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังต่างฝ่ายต่างไม่ต่อ MOU หากแต่มองทางลงจำกัดจากภาพเศรษฐกิจไทยใน 2Q69 ที่ดีกว่าที่คิด และมุมมองภาพทั้งปี 2569 ที่ถูกปรับประมาณการขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน

1) ปรับ GDP ไทยขึ้น: AMATA, CENTEL, CPALL, CPN, DELTA, ERW, GUNKUL, HANA, HTECH, KBANK, KCE, SAWAD, SINGER, WHA

2) คาด 2H69 เติบโตต่อ: BH, GLOBAL, GPSC, HMPRO, ITC, MINT, PRM, PSL, SAWAD, SINGER, TCAP, TU

3) พลังงาน: BCP, PTTEP, SPRC, TOP

4) สะสมรับ Thailand Focus: ADVANC, AOT, BBL, BDMS, BJC, BTS, GULF, PTT, SCB, SCC

  • สหรัฐฯและอิหร่านไม่มีแผนขยาย MOU: คาดแรงกดดันมาจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ WTI (Fut.) ที่ปรับตัวขึ้น 2.55% ปิดที่ $84.5 ต่อบาร์เรล เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยภาพข้างต้นเกิดขึ้นจากความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯกับอิหร่านจะกลับมาสู้รบกันอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเผยว่าอิหร่านไม่มีแผนที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายระยะเวลาของ MOU ที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในวันที่ 17 ส.ค.69 ขณะที่ปธน.ทรัมป์เผยว่าสหรัฐฯไม่มีแผนที่จะขยายข้อตกลง MOU เช่นกัน อีกทั้ง ปธน.ทรัมป์ยังขู่ว่าจะโจมตีโอมาน หากโอมานเข้ามาขัดขวางการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ นอกจากนี้ จากการที่สหรัฐฯเผยว่าปริมาณน้ำมันดิบในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลง 5.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 293.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2525 เป็นอีกปัจจัยสร้างความกังวลต่ออุปทานของพลังงานโลกและเป็นอีกแรงผลักดันราคาน้ำมันดิบเช่นกัน
  • ปรับ GDP และ EPS ไทยขึ้น: อย่างไรก็ตาม มองทางลงจำกัดโดยคาด SET Index จะได้แรงพยุงจากภาพเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่อย่างที่คิด หลังสภาพัฒน์เผย GDP2Q69 ขยายตัว 1.9% y-y แม้ชะลอตัวลงจาก 2.8% y-y ใน 1Q69 หากแต่สูงกว่าตลาดคาดที่ 1.7% y-y และสภาพัฒน์ยังได้ปรับคาดการณ์ภาพทั้งปีนี้ขึ้นจาก 2.0% เป็น 2.2% ซึ่งทาง PhillipResearch ได้ปรับประมาณการขึ้นเช่นกัน โดยเราปรับขึ้นจาก 2.1% เป็น 2.4% โดยในมุมมองของเราแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญมาจากมาตรการ/โครงการของภาครัฐ ซึ่งช่วยสนับสนุนอุปสงค์ภายในประเทศ ส่วนการส่งออกสินค้ามีแรงหนุนจากแนวโน้มวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกันนี้เรายังได้ปรับคาดการณ์ EPS ของ SET Index ในปีนี้ขึ้นจาก 96.0 บาท เป็น 98.0 ส่งผลให้เป้าหมายของ Index ถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1,665 จุด จากเดิมที่ 1,630 จุด นอกจากนี้ เรายังมองถึงความเป็นไปได้ที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจต่างๆ ของภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับประมาณ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเช่นกัน หลังจากก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่คาดการณ์อยู่ในบริเวณบริเวณ 2.0%

​+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

​(+) BOI เดินหน้าสร้างระบบนิเวศการลงทุนภาคตะวันออกรองรับคลื่นลงทุนอุตฯไฮเทค ผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดข้อจำกัดด้านน้ำ ไฟฟ้า พื้นที่ลงทุน ควบคู่การพัฒนาบุคลากรและยกระดับฐานผลิตเดิมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

​(+) รองนายกฯและรมว.คลังเผยได้หารือและมอบโจทย์ให้กระทรวงการคลังเร่งพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ให้เสร็จภายในเดือนก.ย. 69 เพื่อให้สามารถดึงดูดการลงทุน ไม่ว่าจะทั้งจากค่ายรถเก่าหรือค่ายใหม่

​(+) คณะอนุกรรมการฯ PDP เห็นชอบร่าง PDP2026 เตรียมเสนอ 4 ทางเลือกให้รมว.พลังงานพิจารณาสัปดาห์นี้ โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 60-80% และเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 2,400-4,000 MW พร้อมคาดว่าจะประกาศใช้ในปีนี้

​(-) จีนตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเดือนก.ค.69 โดยยอดค้าปลีกขยายตัว 0.6% y-y ชะลอตัวลงจาก 1.0% y-y ในเดือนมิ.ย.69 ส่วนผลผลิตในภาคอุตฯขยายตัว 4.5% y-y ชะลอตัวลงจาก 5.3% y-y ในเดือนมิ.ย.69

Picks of the day : 18 สิงหาคม 2569

WHA-Buy

  • เป้าหมาย: 5.15 / 5.25 แนวรับ: 4.80 / 4.90
  • เรายังแนะนำให้ลงทุนรับครึ่งปีหลัง: แนวโน้มยอดโอนสูงขึ้นกว่าครึ่งปีแรก นิคมใหม่ WHA ESIR 5 ที่จะเข้ามาโอนมีราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น ซึ่งใน Backlog ปัจจุบันมีราคาขายเฉลี่ย/ไร่ ที่ 6.95 ลบ. และ GPM-นิคม ฟื้นตัวดีขึ้นกว่า 2Q69 จาก Product mix นิคม WHA-IER เฟสแรกโอนไปมากแล้วในครึ่งปีแรก
  •  ยอดขายปีนี้มาตามเป้า:  แนวโน้มยอดขาย 2H69 จะใกล้เคียงกับ 1H69 คาดว่าจะเริ่มเห็นการเซ็นสัญญาลูกค้า Data center ในช่วงครึ่งปีหลัง และอยู่ระหว่างเจรจา Bit lot ซึ่งน่าจะเข้ามาเป็นยอดขายในปีหน้า โดยหลังการประชุมมีทิศทางมั่นใจมากยิ่งขึ้นต่อเป้ายอดขายปี 69 ที่ 2,500 ไร่ (ไทย 2,300 ไร่, เวียดนาม 200 ไร่)

GPSC-Buy

  • เป้าหมาย: 51.50 / 53.50 แนวรับ: 47.50 / 49.00
  • ปัจจัยภายนอกหนุน: คาดระยะสั้นได้แรงหนุนจากปัจจัยภายนอก จากนโยบายภาครัฐได้ผลักดันการเพิ่มพลังงานสะอาด ทั้งด้าน Direct PPA และ Solar Rooftop รวมถึงแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง จากภาวะสงครามที่เริ่มผ่อนคลายลง เช่นเดียวกับแผน PDP 2026 ที่เริ่มมีความชัดเจนจะช่วยหนุนโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะในส่วนของ Renewable
  • เพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง :  GPSC มีการเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง ระยะยาวตั้งเป้าปี 2030 จะมีกำลังการผลิต 13,666 MW หรือประมาณ 1 เท่า เมื่อเทียบกับ ณ 1Q69 ที่ 7,336 MW โดยจะเน้นที่การเติบโตของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด หรือ Renewable Energy ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานสะอาดแล้ว 49%

 

- Advertisement -