บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Commodities Update

ความเสี่ยงเกี่ยวกับกรณีพิพาทในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ

Event 

อัพเดตสินค้าโภคภัณฑ์ประจำสัปดาห์  

Impact 

ตลาดน้ำมันดิบ: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ 

ราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งสูงขึ้น 11% WoW เป็น US$87/bbl ในสัปดาห์ที่แล้ว (จาก US$80/bbl) เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ โดยอิหร่านยังคงเรียกร้องให้มีการผ่อนปรนการคว่ำบาตร, ค่าชดเชย, ยกเลิกการแช่แข็งสินทรัพย์ของอิหร่าน และการหยุดยิงในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงเลบานอนด้วย ในขณะที่สหรัฐปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว และส่งสัญญาณว่าพร้อมจะคงการปิดล้อมทางทะเลอย่างยาวนาน ในขณะเดียวกันกองทัพอิหร่านมีการปรับท่าทีไปในเชิงที่แข็งกร้าวมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความขัดแย้งอาจจะยืดเยื้อออกไปอีก นอกจากนี้ ความปลอดภัยของการเดินเรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบยังลดลง โดยมีการโจมตีเรือที่ผ่านทางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบัน International Energy Agency (IEA) จึงปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569F ลงอีก 510 KBD จากประมาณการเมื่อเดือนก่อนเป็น –1.6 MBD 

ตลาดโรงกลั่น: spread น้ำมันเบนซินลดลง แต่ spread ของน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น WoW 

GRM ในตลาดสิงคโปร์ (คำนวณโดย Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)*) ลดลง 7% WoW เป็น US$20.1/bbl (จาก US$21.6/bbl) เพราะ spread ของน้ำมันเบนซินลดลง 8% WoW เป็น US$26.8/bbl แต่อย่างไรก็ตาม spread ของน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 4% WoW เป็น US$63.9/bbl และ US$71.1/bbl ตามลำดับ ทั้งนี้ crack spread ของน้ำมันทั้งสามชนิดในภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีเพราะได้แรงหนุนจาก i) ความรุนแรงรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ-อิหร่านตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม และ ii) รัสเซียขยายเวลาห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลไปจนถึง 31 มกราคม 2570 ส่วนในประเทศไทย กระทรวงพลังงานอนุมัติให้ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2.40 บาท/ลิตร ต่อไปอีก 31 วัน ระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม – 15 กันยายน เรามองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นปัจจัยลบต่อโรงกลั่นน้ำมันในไทย เนื่องจากรัฐบาลยังคงเข้ามาแทรกแซงการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่นอย่างต่อเนื่อง  

ตลาดปิโตรเคมี: spread ของ HDPE และ PET ในเอเชียลดลง WoW 

Spread ของ HDPE ลดลง 8% WoW เป็น US$431/ton (จาก US$468/ton) เพราะต้นทุนวัตถุดิบ naphtha เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ในขณะที่ spread ของ PP ทรงตัว WoW อยู่ที่ US$475/ton แต่อย่างไรก็ตาม spread ของทั้งสองผลิตภัณฑ์ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามที่อยู่ต่ำกว่า US$300/ton เนื่องจากอุปทาน polyolefins ตึงตัวขึ้นตามการผลิตที่ลดลงของ olefins จากวัตถุดิบ naphtha ท่ามกลางสถานการณ์ naphtha ตึงตัวและมีปริมาณน้ำมันดิบจำกัดที่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงแครกเกอร์ ส่วนในตลาด polyester นั้น spread ของ PET ในเอเชียยังคงลดลง 9% WoW เป็น US$73/ton (จาก US$80/ton) โดยยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก (ต่ำกว่า US$100/ton) เพราะอุปสงค์ PET ลดลงหลังผ่านช่วง peak ในหน้าร้อนไปแล้ว

- Advertisement -