บล.พาย:
COMMERCE กำไรกลุ่มกลับมาโต YoY เป็นไตรมาสที่2 ติดต่อกัน (NEUTRAL)
TOP PICK: CPALL
บริษัทในกลุ่มค้าปลีก 7 บริษัทที่เรา coverage มีกำไรปกติรวมกัน 1.52 หมื่นล้านบาท (+13%YoY, -16%QoQ) ใน 2Q26 เติบโต YoY เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว YoY แม้ว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีก -0.6% YoY ใน 2Q26 ติดลบเป็นไตรมาสที่ 13 ติดต่อกัน เราประเมินกำไรปกติช่วง 2H26 ฟื้นตัว YoY ต่อเนื่องจากฐานต่ำ แม้ว่าช่วง 3Q26 จะมีปัจจัยกดดันจากมาตรการไทยช่วยไทยพัลส เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มค้าปลีกเท่ากับตลาด เนื่องจาก upside ที่จำกัด บวกกับแรงกดดันจากการลดลงของสินค้า non-food ที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงรายจ่ายลงทุนงบประมาณปี 2027 ของภาครัฐที่ลดลง YoY เราเลือก CPALL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม
กำไร 2Q26 โดดเด่นทั้งกลุ่ม
- บริษัทในกลุ่มค้าปลีก 7 บริษัทที่เรา coverage มีกำไรปกติรวมกัน 1.52 หมื่นล้านบาท (+13%YoY, -16%QoQ) ใน 2Q26 โดยกำไรที่เติบโต YoY มีปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของกลุ่มที่ขยายตัว 32 bps YoY จากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายสินค้า House brands และสต็อกสินค้าต้นทุนต่ำได้รับประโยชน์จากราคาโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในตะวันออกกลาง แม้ว่าบางบริษัทยังคงมีแรงกดดันจากสินค้า non-food ที่ลดลงกดดันกำไร และยอดขายรวมของกลุ่มที่ 5.2 แสนล้านบาท (+4%YoY, -1%QoQ) หนุนจากการขยายสาขาและการควบรวมกิจการ แม้ว่า SSSG เฉลี่ยของกลุ่มจะติดลบเป็นไตรมาสที่13 ติดต่อกันที่ -0.6% YoY ใน 2Q26
- อัตราการทำกำไรเฉลี่ยของ 7 บริษัทที่เรา Coverage ขยายตัว 24 bps YoY ใน 2Q26 สูงกว่าช่วง 1Q26 ที่ขยายตัว 17 bps YoY เนื่องจากกลุ่มค้าปลีกสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้านได้รับประโยชน์จากสต็อกสินค้าต้นทุนต่ำ ดังนั้นเรามองว่าช่วง 2H26 ความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกจะกลับไปขยายตัวในกรอบ 10-15 bps YoY
- แนวโน้มกำไรกลุ่มค้าปลีกช่วง 2H26 ยังคงสดใส รับปัจจัยหนุน 1. GPM ที่ขยายตัวตามสัดส่วนการขายสินค้า House brands ที่เพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่คำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งานมากขึ้นตามกำลังซื้อที่ยังคงชะลอตัว 2. กำไรส่วนเพิ่มจากการควบรวมกิจการ และ 3. ฐานต่ำของกำไร CPAXT ใน 4Q25 จากปัญหาด้านไอที
- SSSG เฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีก -0.5% YoY ในเดือน ก.ค. 2026 ดีขึ้นจาก -1.7% ในเดือน มิ.ย. 2026 จากฐานที่ต่ำ ราคาน้ำมันที่ทยอยปรับตัวลดลง โดยบริษัททำได้ดี เช่น DOHOME มี SSSG +6.5% จากฐานต่ำของสินค้ากลุ่มเหล็กในปีก่อน, CRC (ค้าปลีกอาหาร) ที่ดีทั้ง Tops และ GO Wholesale จากกิจกรรมส่งเสริมการขาย, การปรับ Product Assortment ที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น โดยกลุ่มค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าจำเป็นยังคงมี SSSG ที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่มกลุ่มค้าปลีกสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้านที่ยังคงมีแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงชะลอตัว
เลือก CPALL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มค้าปลีก
ทิศทางของ SSSG ในช่วง 2H26 ยังคงมีแรงกดดันจากการลดลงของสินค้ากลุ่ม non-food ผลจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคจาก Hypermarket ไปยัง online มากขึ้น แม้ว่าด้วยฐานที่ต่ำลงจะทำให้คาดว่าผลกระทบต่อ SSSG จะทยอยมีผลกระทบน้อยลงเรื่อยๆก็ตาม บวกกับมีปัจจัยกดดันจากมาตรการไทยช่วยไทยพัลสของรัฐบาลในช่วง มิ.ย.-ก.ย. 2026 เราคงคำแนะนำ Neutral สำหรับกลุ่มค้าปลีก เนื่องจาก upside ที่จำกัดมากขึ้น บวกกับแรงกดดันจากการลดลงของสินค้า non-food และรายจ่ายลงทุนงบประมาณปี2027 ของภาครัฐที่ลดลง เราเลือก CPALL จากความแข็งแกร่งของ SSSG ที่โดดเด่นกลุ่ม








