บล.พาย:

COCOCO: Thai Coconut PCL

กำไร 2Q26 ฟื้นตัวเด่น แนวโน้มสดใส

เราปรับคำแนะนำขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 7.20 บาท เราคาดว่าอัตราการทำกำไรจะทยอยฟื้นตัว YoY อย่างต่อเนื่องในช่วง 2H26 และยืนสูงต่อเนื่องในปี 2027 ขณะที่เรามองว่าหลังจากโรงงานใหม่ในประเทศฟิลิปปินส์เริ่มผลิตในเดือน ธ.ค. 2026 จะทำให้ได้ต้นทุนวัตถุดิบจะถูกลงและมีราคาไม่ผันผวน ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีและมีเสถียรภาพในระยะยาว และได้เปรียบกว่าคู่แข่งในสถานการณ์เอลนีโญ่ที่กลับมาในปี 2027

กำไร 2Q26 สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส

  • รายงานกำไรสุทธิงวด 2Q26 ที่ 122 ล้านบาท (+58%YoY) หลังตัดรายการพิเศษมีกำไรปกติ 130 ล้านบาท (+82%YoY, +51%QoQ) กำไรที่โต YoY เป็นผลจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว 700 bps YoY
  • ธุรกิจน้ำมะพร้าวใน 2Q26 ลดลง YoY ผลจากยอดขายน้ำมะพร้าวลดลง YoY เป็นไตรมาสที่4 ติดต่อกัน ที่ 697 ล้านบาท (-30%YoY) และมีอัตรากำไรขั้นต้นของน้ำมะพร้าวลดลงเป็น 21.3% ใน 2Q26 เทียบกับ 21.6% ใน 2Q25 แต่ดีขึ้นจาก 20.8% ใน 1Q26
  • ธุรกิจกะทิใน 2Q26 ฟื้นตัว YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นเป็น 25.3% ใน 2Q26 เทียบกับ 7.7% ใน 2Q25 และจุดต่ำสุดที่ 6.4% ใน 1Q25 ตามต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ประกอบกับยอดขายน้ำกะทิที่เพิ่มขึ้นเป็น 663 ล้านบาท (+13%YoY)
  • ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงใน 2Q26 ทำสถิติสูงสุดใหม่ มียอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง 333 ล้านบาท (+79%YoY) จากทั้งยอดขายสินค้าภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (OEM) และยอดขายภายใต้แบรนด์ Moochie, VETMOO+, MunnChie
  • ในแง่ของอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น YoY เป็น 14.4% ใน 2Q26 จาก 11.8% ใน 2Q25 หลักๆมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารก่อนการเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโรงงานในประเทศฟิลิปปินส์
ตั้งเป้าเติบโตเชิงรุกสู่เป้า 1,000 พันล้านบาทในปี 2028
  • บริษัทตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิปี 2028 ที่ 800- 1,000 ล้านบาท เทียบกับ 244 ล้านบาทในปี2025 ธุรกิจน้ำมะพร้าว บริษัทวางแผนขยายตลาดไปยังอเมริกามากขึ้น บวกกับการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของลูกค้าเดิมในอเมริกา, ยุโรป, และเอเชีย รวมถึงออกสินค้าใหม่ทั้งในไทยและในต่างประเทศ เช่น Hydaily, Coconut Water Matcha (Thai COCO x Shizuoka), Coconut Water Oolong Tea กลิ่นมะลิ, Heyyurt+, Protein Coconut Drink, Matcha Coconut Latte และอื่นๆอีกหลายรายการ ส่วนตลาดในประเทศจีนเน้นลูกค้ารายใหญ่ที่มีคุณภาพ ขณะที่ธุรกิจกะทิ มีปัจจัยบวกจากโรงงานใหม่ในประเทศฟิลิปปินส์ก่อสร้างแล้ว 99% ตามรูปหน้าที่2 คาดจะเริ่มผลิตในเดือนธ.ค. 2026 และทำให้มีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้นในตลาดยุโรปจากด้านภาษีนำเข้า ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์ บริษัทยังคงขยายตลาดทั้งแบรนด์ตัวเองและ OEM ผ่านการออกสินค้าใหม่ และขยายตลาดในประเทศใหม่ๆ (ขยายตลาดเป็น 40 ประเทศในปี2026 จาก 35 ประเทศ)
แนะนำ “ซื้อ” อัตรากำไรฟื้นตัว
  • มูลค่าพื้นฐาน 7.20 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple อิง 16xPE’27E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่ม (เดิม 5.80 บาท) หลัง Roll over ไปใช้กำไรฐานปี2027
- Advertisement -