บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

STECON Group (STECON.BK/STECON TB)*

ได้ประโยชน์จากวัฏจักรลงทุนขาขึ้นของ Data Center และโรงไฟฟ้า (Outperform Maintained)

Event 

อัปเดตข้อมูลบริษัทหลังการประชุมนักวิเคราะห์ครั้งล่าสุด 

Impact 

มุ่งเน้นงานใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง อย่าง Data Center และระบบนิเวศดิจิทัล 

บริษัทได้เซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่าเกือบหนึ่งหมื่นลบ.ใน 1H69 (20% ของเป้าปี 2569F ที่ 5 หมื่นลบ.) ทำให้ backlog เพิ่มเป็น 1.164 แสนลบ. (งานโครงสร้างพื้นฐาน 42%, งานอาคาร 46% และงานอื่นๆ 12%) ขณะที่ ยังมีโครงการที่กำลังพิจารณามูลค่าราว 7 หมื่นลบ. (Data Center 3 แห่งมูลค่า 5 หมื่นลบ., โรงไฟฟ้า 1.6 หมื่นลบ. และโครงการขยายสนามบิน 3 พันลบ.) เรามองว่า STECON เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์ลำดับต้นจากเงินลงทุนไหลเข้าด้านดิจิทัลและระบบนิเวศดิจิทัลจากเป็นผู้รับเหมาจดทะเบียนรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญการก่อสร้างเฉพาะทางที่มีความซับซ้อน เช่น โครงการโรงไฟฟ้า โรงงานปิโตรเคมี และ Data Center ข้อมูลจาก Mordor Intelligence ระบุว่า capacity ของ Data Center ในไทยคาดจะเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 0.77GW เป็น 2.93GW ปี 2573 (CAGR ปี 2568-2573 ที่ 30.60%) ดังนั้น คาดว่าสัญญา EPC (Engineering, Procurement and Construction)ใหม่เพื่อพัฒนา Data Center เพิ่มเติมที่มี capacity รวม +2GW จะมีมูลค่าราว 1.50 แสนลบ. ปี 2569F–73F ส่วนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ขนาด 2,000MW ภายใต้โครงการ Direct PPA กับโรงงานสาธารณูปโภคต่างๆ (ระบบน้ำอุตสาหกรรม, ระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น) เพื่อรองรับการดำเนินงานของ Data Center ได้ราบรื่น ถือเป็นโอกาสใหม่ของบริษัท การเปิดประมูลโครงการภาครัฐใหม่ที่จะเกิดขึ้นปลายปี 2569 เป็นปัจจัยบวกเพิ่ม 

แนวโน้มกำไร 2H69F และปี 2570F 

รายได้ 1H69 ที่ 1.68 หมื่นลบ. (48% ของเป้ารายได้ทั้งปีที่ 3.5 หมื่นลบ.) เป็นนัยว่าแนวโน้มรายได้ 2H69F ยังสดใส STECON คงเป้า gross margin >7% (1H69: 7.2%) และคุมสัดส่วนคชจ. SG&A/sales ที่ราว 3% (1H69: 3.6%) กำไร 1H69 ที่ 1.26 พันลบ. (+48% YoY) หนุนจากเงินปันผลรับจาก Gulf Dev (GULF.BK/GULF TB)* (736 ลบ.) และการกลับรายการสำรองจากโครงการ CFP (200 ลบ.) กำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้น 22% ที่ 673 ลบ. แม้กำไรปี 2570F อาจลดลง YoY จากฐานกำไรปี 2569F สูงเป็นประวัติการณ์แต่คาดกำไรจากการดำเนินงานจะยังโตต่อเนื่อง (เพิ่มขึ้นอีก 20% YoY) 

แนวโน้มธุรกิจใหม่ 

ธุรกิจใหม่ที่ STECON ได้ลงทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ ธุรกิจสาธารณูปโภค, โครงการคอนโดฯ, Data Center 2 แห่ง, เมืองโครงการการบินอู่ตะเภาและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยที่ธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและพร้อมเริ่มเดินหน้าในปี 2571 นอกจากนี้ เราสังเกตว่ารายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภค ได้แก่ Mars และ EWC ใน 1H69 เพิ่มขึ้น 70% YoY อยู่ที่ 226 ลบ. ด้วย gross margin แข็งแกร่งที่ 22% มองระยะยาว STECON คาดว่าจะมีรายได้ประจำจากธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยลดความผันผวนและทำให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมมีเสถียรภาพมากขึ้น 

Valuation & Action 

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” STECON ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์ลำดับต้น ๆ จากวัฏจักรการลงทุนโดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 20.50 บาท อิงจาก PE ปี 2570F ที่ 21x (ค่าเฉลี่ยในอดีต) โดยที่ STECON ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายปัจจุบันของเรายังไม่ได้รวมมูลค่าหุ้น GULF จำนวน 226.5 ล้านหุ้น ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าราว 1.5 หมื่นลบ. (ราว 10 บาทต่อหุ้น)  

Risks 

ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ การพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำ

- Advertisement -