บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
BANGKOK DUSIT MEDICAL SERVICES (BDMS TB)
Key takeaways from analyst meeting
Highlights
-
โทนการประชุมเป็นบวกเล็กน้อย โมเมนตัม 2H26 เริ่มฟื้นตัว โดยรายได้โรงพยาบาลเดือน ก.ค. โต 8% y-y เทียบกับ 1% ใน 1H26 และยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องในเดือน ส.ค. บริษัทจึงคงเป้ารายได้ปี 2026 โต 2-4% หนุนจากทั้งคนไข้ไทยและต่างชาติ คนไข้กลุ่มประกัน และ utilization ที่ดีขึ้น
-
รายได้คนไข้ไทยเดือน ก.ค. โต 9% y-y ขณะที่รายได้คนไข้ต่างชาติตาม 6% y-y ขับเคลื่อนโดยกลุ่มตลาดยุโรป สหรัฐฯ และเมียนมา และมีแนวโน้มฟื้นต่อเนื่องในเดือน ส.ค. โดยกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลาง (ราว 3% ของรายได้รวม) เริ่มกลับมาตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ค. แต่รายได้ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังไม่กลับสู่ระดับ 1Q26 ขณะที่รายได้จากคนไข้กัมพูชา (ราว 1% ของรายได้รวม) ลดลง 50% y-y ในเดือน ก.ค. แต่จะเริ่มได้ประโยชน์จากฐานต่ำตั้งแต่ ส.ค. เป็นต้นไป
-
คงเป้า EBITDA margin ปี 2026 ที่ 24% โดยใน 2H26 จะเน้นเพิ่มรายได้จาก CoE และโรคซับซ้อนเพื่อเพิ่ม revenue intensity และชดเชยต้นทุนคงที่ ควบคู่กับการใช้ synergy เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A
-
บริษัทมองการเติบโตของรายได้จากกลุ่มคนไข้ประกัน (38% ของรายได้รวม) ไม่น่ากดดันมาร์จิ้นมาก แม้สัดส่วนเพิ่มขึ้น เนื่องจากส่วนผสมการรักษาเปลี่ยนไปสู่โรคซับซ้อนมากขึ้นแทนที่โรคทั่วไป (simple disease) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์หลัก
-
หลังการขยาย capacity ใน 1H26 บริษัทไม่มีแผนเปิดโรงพยาบาลใหม่เพิ่มเติมในระยะใกล้ และจะเน้นเพิ่มอัตราการครองเตียงและ utilization ของโรงพยาบาลที่มีอยู่ ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกดดันต่อมาร์จิ้นจากโรงพยาบาลใหม่และการเพิ่มจำนวนเตียงของโรงพยาบาลเดิมในช่วงถัดไป
-
ธุรกิจที่ไม่ใช่โรงพยาบาล (non-hospital) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว โดยตั้งเป้ารายได้ธุรกิจ ANB, Medic Pharma และ Save Drug เติบโตจากราว 4.3 พัน ลบ. ในปี 2025 เป็น 8 พัน ลบ. ภายในปี 2030 ผ่านการเพิ่มกำลังผลิต การผลิตและจำหน่ายยาใหม่ การรับจ้างผลิต และการขยายร้านขายยา Save Drug ซึ่งผลประกอบการจากกลุ่มธุรกิจนี้ แรงหนุนหลักจะมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น มากกว่ามาร์จิ้น
-
เราคาดผลประกอบการ 2H26 ฟื้นตัวทั้ง h-h และ y-y โดยกำไร 3Q26 จะเร่งตัว q-q ตามฤดูกาลและกลับมาเติบโตเล็กน้อย y-y จากปริมาณคนไข้และส่วนผสมการรักษาโรคที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการที่อ่อนแอใน 1H26 ทำให้เรามอง downside ราว 3-4% ต่อประมาณการกำไรปกติปี 2026 ที่ 1.68 หมื่น ลบ. (+4% y-y) ก่อนที่การเติบโตของกำไรจะเร่งขึ้นเป็น 7-9% ในปี 2027-28
-
แม้แนวโน้มกำไรปี 2026 ยังอยู่ในระดับจำกัด แต่ราคาหุ้นปัจจุบันยังน่าสนใจในเชิงมูลค่า เมื่อเทียบกับแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรในปี 2027-28 โดยหุ้นซื้อขายที่ 18x P/E ปี 2026 (-2SD) ขณะที่มี ROE มากกว่า 15% และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4% เรายังมองบวกต่อแนวโน้มของ BDMS ในระยะยาว รวมถึงโอกาสเติบโตจากการขยาย healthcare ecosystem จึงคงคำแนะนำ ซื้อ








