บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

ปรับลงต่อ… ปัจจัยต่างประเทศเป็นลบมากขึ้นอีก

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงค่อนข้างแรง (อ่อนแอกว่าที่เราคาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.78% เนื่องจาก i) นักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตขายสุทธิต่อเนื่อง ตามปัจจัยภาพใหญ่ของตลาดการเงินโลกที่อึมครึม ทั้งนโยบายการเงินสหรัฐฯ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ii) หุ้นขนาดใหญ่สุดใน SET อย่าง DELTA ลดลง 3.15% และถ่วงดัชนีฯ 8.00 จุด หลังจากบอนด์ยีลด์ทั่วโลกที่อยู่ในระดับสูง กดดันราคาหุ้น ‘growth stocks’ เช่นกลุ่มเทคโนโลยี

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันจันทร์ ปรับลดลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ประธาน ธ. กลางสหรัฐฯ (เฟด) แถลงในงานสัมมนาประจำปีที่เมือง Jackson Hole ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังอยู่สูงเกินไป และหน้าที่ของเฟดยังไม่จบลง ทำให้ตลาดตีความว่าเฟดน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ… ล่าสุด สัญญาเฟดฟันด์ฟิวเจอร์ให้น้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 15-16 ก.ย. ii) เช้านี้ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น ตามข่าวสหรัฐฯ โจมตีแท่นยิงจรวดของอิหร่าน ส่งผลให้เช้านี้กลุ่ม IRPC ของอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนเพื่อเป็นการตอบโต้

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ความไม่แน่นอนด้านการเมืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังจากศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยและตัดสินกรณีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ในวันที่ 28 ก.ย. นี้ ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจนั้น บ่ายวันนี้ ธปท. จะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ค. ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ มองว่าเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนจะแข็งแกร่งกว่าภาคส่วนอื่นๆ

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชคิ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร ASEFA, SCGP*, EPG*

ASEFA (เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway up + MACD เริ่มหนุน ประเมินแนวรับ 6.1 บาท / แนวต้าน 6.35 – 6.60 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.0 บาท (Stop loss 5.8 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรโตทำ New high ตามวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทย โดยเฉพาะ Data center เราประเมินกำไรปีนี้โต +92% YoY เป็น 421 ล้านบาท จาก Backlog สิ้นปี 2568 ที่ทำ New high > 4 พันล้านบาท และคาดว่าจะเปิดยอด Backlog ใน Earnings call วันที่ 3 ก.ย. คาดรับงานเพิ่ม มีโอกาส Backlog ทำ New high ต่อ โดยความต้องการใช้ระบบจ่ายไฟฟ้าและตู้ Switchboard จะเพิ่มขึ้นมากตามการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะ Data center (มี Reference การส่งมอบงาน Data center ขนาดใหญ่อย่าง TRU IDC และ DAMAC) … รอ Catalyst บวกเรื่องปลดล็อคบอร์ด Data center โดยเฉพาะเรื่อง Local content 3) Valuation ถูก Forward PE 7.8 เท่า Dividend yield 6.4% ยัง Laggard หุ้นเชื่อมโยง Data center ตัวอื่นๆอยู่มาก … วันนี้กำหนดขายหุ้นซื้อคืนเป็นวันสุดท้าย

SCGP* (เป้าพื้นฐาน 36 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน ประเมินแนวรับ 29.25 บาท / แนวต้าน 30.5 – 31.0 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 32.25 บาท (Stop loss 28 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรยังดีต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยฯประเมินการปรับราคาขายสินค้าขึ้นหนุนอัตรากำไรใน 3Q-4Q ขณะที่ยังคาดผลการดำเนินงานของ Fajar จะฟื้นตัวต่อเนื่องไม่เป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานโดยรวม 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 18.3 เท่า ยังต่ำกว่า -1SD ที่ 21 เท่า ขณะที่คาดกำไรปีนี้กลับมาโตแกร่ง >70% YoY

EPG* (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) 1) ประเมินมีโอกาส Break กรอบ Sideway ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 6.25 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.0 บาท (Stop loss 5.9 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่องตลอดปี รับ Demand การสร้าง Data center + Supply chain ทั่วโลก เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานธุรกิจฉนวนฯ ยังโตเด่นต่อเนื่อง จากอุปสงค์ฉนวนฯสำหรับการก่อสร้าง Data center รวมถึงโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ขณะที่ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์จะทยอยฟื้นตัว โดยคาดธุรกิจชิ้นส่วนฯที่ออสเตรเลียจะขาดทุนลดลงและเริ่ม Break-even ในปี FY2572 (เม.ย.71-มี.ค.72) 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 11.5 เท่า (ต่ำกว่า -0.5 SD ที่ 13 เท่า)

หุ้นมีข่าว

(+) ‘เวเนซุเอลา’ ถอนตัวโอเปก หุ้นปิโตร-โรงกลั่นเด้งรับ! (ข่าวหุ้น) สหรัฐคุมขุมทรัพย์ 6.5 หมื่นล้านบาร์เรล TASCO*-IVL*-TOP* รับเต็ม “เวเนซุเอลา” จ่อถอน OPEC สหรัฐฯ เตรียมปลดล็อกแซงก์ชัน เปิดทางน้ำมันดิบไหลเข้าตลาดโลก ล่าสุด “ทรัมป์” เดินเกมใหญ่พลังงานโลก คุมแหล่งสำรองเวเนซุเอลากว่า 65,000 ล้านบาร์เรล โบรกเกอร์ชู TASCO* เด่นสุด รับเต็มไฟเขียวซื้อน้ำมันดิบเวเนซุเอลา ลุ้นขยับสัญญาเป็นระยะยาว ดันกำไรฟื้นแรงแตะ 2,000-2,200 ล้านบาท ด้าน TOP* รับอานิสงส์ CFP เปิดทางใช้น้ำมันดิบหนักราคาถูกดันมาร์จิ้นพุ่ง เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปี 71 ขณะที่ IVL*-PTTGC*-SCC* รับผลบวกต้นทุนวัตถุดิบลด ส่วน BGRIM*-GPSC*-GULF* ลุ้นก๊าซถูกลงตามน้ำมัน กดต้นทุนโรงไฟฟ้าลดฮวบ

(+) ซีพีแอ็กซ์ตร้า-จีจีซีลุย SAF ไทยออยล์พร้อมโดดร่วมวง (ข่าวหุ้น) CP AXTRA ผนึก GGC เก็บน้ํามันพืชใช้แล้ว ปั้นวัตถุดิบ SAF รับเทรนด์โลก-กฎยุโรปบังคับใช้ สายการบินเส้นทางยุโรปเร่งปรับตัว ขณะที่ TOP รอสัญญาณ พ.ร.บ. โลกร้อน ก่อนตัดสินใจลงทุนผลิตเชิงพาณิชย์ รับดีมานด์เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนพุ่ง หนุนไทยต่อยอดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

(+) ‘สมาร์ตกริด’ พลิกโฉมพลังงาน ‘เอกนัฏ’ หนุนจุดแข็งดึงลงทุน-‘พีดีพี’ ปูพรมไฟฟ้าสะอาด 65% (กรุงเทพธุรกิจ) “ทีดีอาร์ไอ” เตือนต้นทุนแพง กรณีไม่ลงทุนโครงข่ายอัจฉริยะ “เอกนัฏ” ชูสมาร์ตกริด เสาหลักโครงข่ายไฟ ความมั่นคง-ความสะอาด-ราคา รอช้าไม่ได้เร่งปลดล็อก Direct PPA ทลายทุกกำแพงค้าไฟสะอาด สนพ.มั่นใจ สมาร์ตกริด รองรับการไหลไฟฟ้า 2 ทิศทางตามแผน PDP 2026 ดันสัดส่วนไฟฟ้าพลังงานสะอาด 65% กกพ.กางโรดแมป Smart Energy ปลดล็อก “Direct PPA-Grid Code” TDRI เตือนต้นทุนของการไม่ลงทุนสมาร์ตกริด

(+ รถอีวีผลิตในประเทศ KGEN ASAP) คลังขึ้นภาษีตลาดรถป่วน 7 ก.ย. ‘บอร์ด EV’ ถกอุ้มผู้ผลิตในประเทศ (ประชาชาติธุรกิจ) คลังเร่งเดินหน้าปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต “รถอีวี” นำเข้า ปกป้องฐานผลิตยานยนต์ในประเทศ จับตา 7 ก.ย. นี้ประชุมบอร์ด EV ถกโครงสร้างภาษีใหม่ เลขาฯ BOI ยืนยันต้องดูแลผู้ประกอบการทุกสัญชาติเท่าเทียม ฟากค่ายรถ-ผู้นำเข้าปั่นป่วน 3 สมาคม ทำหนังสือด่วนยื่นข้อเสนอแพ็กเกจรัฐบาลพิจารณาเพิ่มเติม ขอเวลา 1 ปี ปรับขึ้นภาษีแบบขั้นบันได วงในเผยอาจเจอภาษีสูงถึง 30-32% ผวาต้นทุนพุ่ง ต้องปรับขึ้นราคา หวั่นลูกค้า “คืนใบจอง” แผนการทำตลาดชะงัก ด้านกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนเสนอกำหนดโควตา “รถนำเข้า” ไม่เกิน 5% ของยอดขายในประเทศ

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
  • BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) แนวรับ 20.3 บาท / แนวต้าน 21.4 – 21.9 บาท (Stop loss 18.7 บาท)
  • BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) แนวรับ 6.0 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.45 บาท (Trailing stop 5.9 บาท)
  • PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 42.5 บาท) แนวรับ 43 บาท / แนวต้าน 45 – 47 บาท (Trailing stop 40.5 บาท)
  • CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 49 บาท) แนวรับ 42 บาท / แนวต้าน 43.5 – 45 บาท (Trailing stop 41.25 บาท)
  • AWC* (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท) แนวรับ 3.08 บาท / แนวต้าน 3.22 – 3.38 บาท (Stop loss 2.98 บาท)
  • BEM* (เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท) แนวรับ 6.95 บาท / แนวต้าน 7.15 – 7.35 บาท (Trailing stop 6.95 บาท)
  • GFPT (เป้าพื้นฐาน 11.4 บาท) แนวรับ 9.9 บาท / แนวต้าน 10.1 – 10.3 บาท (Stop loss 9.5 บาท)
  • HANA* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท) แนวรับ 45.75 บาท / แนวต้าน 48 – 49.75 บาท (Stop loss 44.5 บาท)
  • STECON* (เป้าพื้นฐาน 20.5 บาท) แนวรับ 18.2 บาท / แนวต้าน 19.0 – 19.5 บาท (Stop loss 17.9 บาท)
  • OR* (เป้าพื้นฐาน 12 บาท / เป้า Consensus 13.9 บาท) แนวรับ 12.5 บาท / แนวต้าน 12.8 – 13.1 บาท (Stop loss 12.4 บาท)
  • BDMS* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) แนวรับ 19.4 บาท / แนวต้าน 19.9 – 20.2 บาท (Stop loss 19.3 บาท)
  • NER (เป้า Consensus 5.4 บาท) แนวรับ 4.6 บาท / แนวต้าน 4.66 – 4.74 บาท (Stop loss 4.56 บาท)
  • THAI* (เป้าพื้นฐาน 7 บาท) แนวรับ 5.8 บาท / แนวต้าน 6.1 – 6.2 บาท (Stop loss 5.75 บาท)
  • KKP* (เป้าพื้นฐาน 125 บาท) แนวรับ 116.5 บาท / แนวต้าน 121.5 – 125 บาท (Stop loss 114 บาท)
  • KTC* (เป้าพื้นฐาน 42 บาท) แนวรับ 37 บาท / แนวต้าน 38.25 – 39.25 บาท (Stop loss 36.25 บาท)
  • ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 425 บาท) แนวรับ 351 บาท / แนวต้าน 357 – 362 บาท (Stop loss 349 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • กลยุทธ์ หุ้นที่ได้รับประโยชน์จาก Data center และ AI ฝ่ายวิจัยฯ จัด สรุปสาระสำคัญจาก Thematic Conference Callเรื่องหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุน Data center และอุตสาหกรรม New S-curve ต่างๆ ได้แก่ EPG ALT และ WHAUP* พร้อมทั้ง Initiate Coverage หุ้น ASEFA โดยวัฏจักรการลงทุน Data center และ AI ที่เร่งตัวขึ้นของไทย กำลังสร้างกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ที่กว้างกว่ากลุ่มเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
  • ASEFA แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท ฝ่ายวิจัยฯ Initiate coverage หุ้น ASEFA โดยประเมิน i) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายระบบจ่ายไฟ และตู้ Switchboard โดยเป็น Partner กับ Schneider Electric ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทยโดยเฉพาะ Data center ที่มีความต้องการใช้ระบบไฟฟ้าในปริมาณที่มากกว่าธุรกิจปกติ ii) คาดกำไรโต 31% CAGR (2568 – 71) และคาด Backlog ทำ New high ต่อ iii) PE ต่ำเพียง 7.8 เท่า Dividend yield 6.4% … วันนี้กำหนดขายหุ้นซื้อคืนเป็นวันสุดท้าย
  • AAV* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 1.1 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงประมาณการฯ คาดว่าจะรายงานผลขาดทุนใน 3Q69 โดยประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ส่งผลให้ต้องปรับค่าตั๋วขึ้น อย่างไรก็ดีคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวเป็นกำไรได้ใน 4Q69
  • COM7* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 30 บาท ฝ่ายวิจัยฯประเมิน ผลของราคาขายสินค้า iPhone18 ที่จะปรับสูงขึ้น ไม่กระทบต่อยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้คาดธุรกิจ Non-IT จะช่วยหนุนการเติบโต แม้มีปัญหาเรื่องอุปทานสินค้าไอทีขาดแคลน ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
  • PTTEP* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 155 บาท หลังบริษัทฯ ลงนามกับ PETRONAS Carigali ในสัญญา PSC ร่วมกับ MTJA สำหรับโครงการ Block A-18-01 มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถือหุ้นฝ่ายละ 50% เรามองบวกต่อการต่ออายุสัญญาออกไป 35 ปี ช่วยยืดอายุแหล่งก๊าซ พร้อมคาดราคาขายก๊าซปรับสูงขึ้นจากการเปลี่ยนสูตรอ้างอิงจาก HSFO เป็น Brent คาด Dividend yield ปีนี้ 6.3%
  • RATCH* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 43 บาท ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯลง สะท้อนต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีที่มากกว่าคาด อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยฯปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 43 บาท (เดิม 29 บาท) จากการปรับลดสมมติฐาน WACC ลง ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -