ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

แกว่งลงต่อ… แรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศยังมีมากขึ้น

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยผันผวนค่อนข้างแรง และปิดลบ 0.41% (อ่อนแอกว่าที่เราคาดเล็กน้อย)… รับแรงกดดันจาก i) หุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เผชิญแรงขายค่อนข้างมาก หลังจากบอนด์ยีลด์ทั่วโลกปรับขึ้นค่อนข้างแรง รับความกังวลต่อราคาน้ำมันที่เด้งกลับ และเงินเฟ้อที่ยืนสูง ii) หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวถูกกดดันบาง จากประเด็นข่าวความรุนแรงในตะวันออกกลางที่กลับมา รวมทั้งที่ประชุม ครม. เมื่อวานนี้ ยังไม่มีการพิจารณามาตรการกระตุ้นภาคท่องเที่ยว

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ แกว่งลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) บอนด์ยีลด์ 10 ปี ของสหรัฐฯ พุ่งใกล้ 4.80% หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านโจมตีใส่กันรุนแรงมากขึ้นเมื่อคืนนี้ ผนวกกับตลาดการเงินให้น้ำหนักมากขึ้นว่า ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 15-16 ก.ย. (เช้านี้ เฟดฟันด์ฟิวเจอร์ให้โอกาส 67% ต่อการขึ้นดอกเบี้ย) ขณะที่บอร์ดเฟด นาย Michael Barr ชี้ว่าเขาจะโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อยังทรงตัวสูง… ii) ความไม่แน่นอนทางการเมืองเพิ่มขึ้นในระยะสั้น โดยเฉพาะการตัดสินกรณีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ในวันที่ 28 ก.ย.

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ที่ประชุม ครม. อนุมัติรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 โครงการ วงเงินรวม 1.07 แสนล้านบาท ขณะที่สายที่ไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าจะเป็นเรื่องของปี 2570 ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะใช้งบลงทุนจาก พรบ. งบประมาณปกติ (ไม่ใช่การลงทุน PPP) ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ (public investment)

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร BDMS*, ASEFA, SCGP*

BDMS* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นแกว่งตัว ทดสอบแนวต้านกรอบ Sideway มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ ประเมินแนวรับ 19.8 บาท / แนวต้าน 20.2 – 20.7 บาท กรณี Break กรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป +/- 21.3 บาท (Stop loss 19.3 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุด กำลังเข้า High season เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q69 – 4Q69 จะฟื้นตัวเด่นเทียบ 2Q69 (เป็นไตรมาสกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง) … รายได้จากผู้ป่วยทั้งไทยและต่างชาติเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ ก.ค. 3) Valuation ยังมี Upside และราคา Laggard กลุ่มฯ Forward PE +/-20 เท่า (ต่ำกว่า -1 SD ที่ 20.6 เท่า) Dividend yield 4% ต่อปี

ASEFA (เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway up + MACD เริ่มหนุน ประเมินแนวรับ 5.95 บาท / แนวต้าน 6.40 – 6.60 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป 7.0 – 7.5 บาท (Stop loss 5.8 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรโตทำ New high ตามวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทย โดยเฉพาะ Data center เราประเมินกำไรปีนี้โต +92% YoY เป็น 421 ล้านบาท ทำ New high โดยความต้องการใช้ระบบจ่ายไฟฟ้าและตู้ Switchboard จะเพิ่มขึ้นมากตามการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะ Data center … รอ Catalyst บวกเรื่องปลดล็อกบอร์ด Data center โดยเฉพาะเรื่องการกำหนด Local content 3) Valuation ถูก Forward PE 7.5 เท่า Dividend yield 6.7% ยัง Laggard หุ้นเชื่อมโยง Data center ตัวอื่นๆอยู่มาก … แจ้งลดทุนจดทะเบียนหุ้นซื้อคืน 5.35 ล้านหุ้น (0.98%)

SCGP *(เป้าพื้นฐาน 36 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน ประเมินแนวรับ 30 บาท / แนวต้าน 31.0 – 32.25 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 34 บาท (Stop loss 28 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรยังดีต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยฯประเมินการปรับราคาขายสินค้าขึ้น หนุนอัตรากำไรใน 3Q-4Q ขณะที่ยังคาดผลการดำเนินงานของ Fajar จะฟื้นตัวต่อเนื่องไม่เป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานโดยรวม 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 18.4 เท่า ยังต่ำกว่า -1SD ที่ 21 เท่า ขณะที่คาดกำไรปีนี้กลับมาโตแกร่ง >70% YoY

หุ้นมีข่าว

(+ กลุ่มรับเหมาฯ CK* STECON*) ครม.เคาะผุดรถไฟทางคู่ใต้ 3 เส้น (ไทยโพสต์) วงเงิน 1.06 แสนล้าน หวังกระตุ้นศก./แก้จุดตัดรับมือน้ำท่วม ครม.สัญจร อนุมัติรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวม 106,798 ล้านบาท “ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์” หวังเพิ่มศักยภาพขนส่ง-กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ ด้าน รฟท.ปรับวงเงินใหม่รับต้นทุนพุ่ง-แก้จุดตัดและรับมือน้ำท่วม

(+) ครม.เคาะเบี้ยประกันบ้าน หุ้น TIPH จ่อถูกดึงเข้าร่วม (ข่าวหุ้น) ครม.ไฟเขียว “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ครอบคลุมบ้าน 30 ล้านครัวเรือน วงเงินความคุ้มครองปีละ 7.5 หมื่นล้านบาท รัฐจ่ายเบี้ยประกันปีละ 1.55 หมื่นล้านบาท รองรับน้ำท่วม-วาตภัย-แผ่นดินไหว ชดเชยบ้านเสียหายสูงสุดครั้งละ 1 แสนบาท เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท จับตาหุ้น TIPH ค่ายประกันภัยในสังกัดคลัง หนึ่งในตัวเต็งที่จะผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการ

(+) GUNKUL* เข้าโหมดโตรอบใหม่ เจาะพีดีพีบุก Direct PPA ดันผลงานปี 70 โดดเด่น (ข่าวหุ้น) GUNKUL* เข้าสู่โหมดเติบโตรอบใหม่ พุ่งเป้าบุกตลาด Direct PPA หลังภาครัฐไม่ได้กำหนดเพดานแล้ว พร้อมเล็งโอกาสชิงโครงการพลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP 2026 “นฤชล” ย้ำผลงานปี 70 โดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญจากรายได้ธุรกิจไฟฟ้าและ EPC เติบโตแข็งแกร่ง และเริ่มบันทึกรายได้โครงการโซลาร์ฟิลิปปินส์ ขนาด 784 เมกะวัตต์ แย้มมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาและรอรับรู้รายได้ในช่วงปี 69-73 มากถึง 1,502 เมกะวัตต์

(+) BGRIM* จัดทัพธุรกิจใหญ่ เดินหน้าเอ็นเนอร์ยีเทค (ข่าวหุ้น) ขานรับ PDP 2026 เร่งปิดดีล AI และ Data Center เพิ่ม BGRIM* ปรับทัพครั้งใหญ่ ตั้ง 4 หน่วยธุรกิจใหม่ ดันองค์กรสู่ Energy Tech Company รับเทรนด์ไฟฟ้า-ดาต้าเซ็นเตอร์ ชู Data Center เป็น New S-Curve พร้อมเร่งต่อยอดสินทรัพย์เดิม เตรียมกำลังไฟส่วนเกิน 250 MW รองรับลูกค้า เดินหน้า Nakwol 1 ในเกาหลีใต้ 365 MW คาด COD ครึ่งหลังปี 69 หนุนส่วนแบ่งกำไรปีละ 500-600 ล้านบาท จับตา Direct PPA-ดาต้าเซ็นเตอร์ดันกำไรฟื้นตัวเด่นปี 70-71

(+) ชงรัฐฉีดยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้น Easy e-Receipt อุ้ม ‘ค้าปลีก’ (ฐานเศรษฐกิจ) ค้าปลีกไทยไตรมาส 4 เผชิญวิกฤตกำลังซื้อฐานรากหดตัวแรง เศรษฐกิจซบเซา หหนี้ครัวเรือนสะสมสูง สมาคมค้าปลีกฯ คาดภาพรวมโอกาสเติบโตเกิน 3% ยาก ชง 3 มาตรการ ฟื้น Easy e-Receipt พร้อมขยายวงเงินเป็นแสนล้าน หวังกระตุ้นนักช้อป

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) แนวรับ 19.2 บาท / แนวต้าน 20.3 – 20.9 บาท (Stop loss 18.7 บาท)
  • BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) แนวรับ 5.9 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.45 บาท (Trailing stop 5.9 บาท)
  • PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 42.5 บาท) แนวรับ 44 บาท / แนวต้าน 45 – 47 บาท (Trailing stop 43 บาท)
  • NER (เป้า Consensus 5.41 บาท) แนวรับ 4.62 บาท / แนวต้าน 4.74 – 4.90 บาท (Stop loss 4.56 บาท)
  • CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 48 บาท) แนวรับ 41.5 บาท / แนวต้าน 43.5 – 46.5 บาท (Trailing stop 41.25 บาท)
  • AWC* (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท) แนวรับ 2.98 บาท / แนวต้าน 3.12 – 3.22 บาท (Stop loss 2.98 บาท)
  • GFPT (เป้าพื้นฐาน 11.4 บาท) แนวรับ 9.8 บาท / แนวต้าน 10.1 – 10.3 บาท (Stop loss 9.5 บาท)
  • HANA* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท) แนวรับ 44.5 บาท / แนวต้าน 48 – 49.75 บาท (Stop loss 44.5 บาท)
  • STECON* (เป้าพื้นฐาน 20.5 บาท) แนวรับ 17.8 บาท / แนวต้าน 18.4 – 19.1 บาท (Stop loss 17.8 บาท)
  • OR* (เป้าพื้นฐาน 12 บาท / เป้า Consensus 13.9 บาท) แนวรับ 12.5 บาท / แนวต้าน 12.8 – 13.1 บาท (Stop loss 12.4 บาท)
  • KKP* (เป้าพื้นฐาน 125 บาท) แนวรับ 116 บาท / แนวต้าน 119 – 121.5 บาท (Stop loss 114 บาท)
  • KTC* (เป้าพื้นฐาน 42 บาท) แนวรับ 37 บาท / แนวต้าน 38.25 – 39.25 บาท (Stop loss 36.25 บาท)
  • ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 425 บาท) แนวรับ 352 บาท / แนวต้าน 357 – 362 บาท (Stop loss 349 บาท)
  • EPG* (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) แนวรับ 6.05 บาท / แนวต้าน 6.35 – 6.5 บาท (Stop loss 5.9 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • กลุ่ม Non-Bank น้ำหนักลงทุน “น้อยกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจระดับฐานรากของไทยยังคงอ่อนแอ คาดว่ากำไรของกลุ่มฯ จะยังทรงตัวในระดับต่ำใน 2H69 เนื่องจาก NPL ที่เพิ่มขึ้นจะสร้างแรงกดดันต่อ credit cost โดยเราคาดว่า MTC* จะได้รับแรงกดดันมากที่สุด ขณะที่ผลกระทบต่อ SAWAD* จะจำกัดกว่า คงคำแนะนำ Outperform สำหรับ SAWAD* … วันนี้ฝ่ายวิจัยฯออกบทวิเคราะห์ MTC* และ TIDLOR* โดยปรับลดประมาณการฯ และราคาเป้าหมายหุ้น MTC* ลงเป็น 33 บาท (เดิม 36 บาท) ยังคงคำแนะนำ “ถือ” / ปรับเพิ่มขึ้นประมาณการฯและราคาเป้าหมายหุ้น TIDLOR* เป็น 20.2 บาท (เดิม 19.2 บาท) ยังคงคำแนะนำ “ถือ”
  • SISB* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท จากการประชุมฯ ฝ่ายวิจัยฯมีมุมมองเชิงลบ จากเศรษฐกิจชะลอตัว จำนวนนักเรียนชาวจีนลดลง การแข่งขันที่สูงขึ้น ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯ ลง และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 9.7 บาท (เดิม 10.5 บาท) ยังคงแนะนำเพียง “ถือ”
  • กลุ่มโรงไฟฟ้า น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแผน PDP2026 เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มฯ หุ้นเด่น GPSC* GULF* และมีมุมมองบวกต่อทั้ง BGRI* RATCH* EGCO*

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -