งบ 70 และ น้ำมัน กดดันตลาด // 1,600–1,620
คาด SET Index ย่อตัวลง : แรงกดดันจากการปรับขึ้นของราคาพลังงาน และ ทิศทาง Bond Yields สหรัฐ ที่เร่งตัวขึ้นตาม รวมถึงความไม่แน่นอนในการพิจารณางบประมาณปี 70
กลยุทธ์การลงทุน
- พลังงาน+ เดินเรือ : BCP, PTTEP, PTTGC, SPRC, PRM, PSL, TTA, RCL
- เฟดมีแนวโน้ม Hawkish: BLA, TIPH, TLI, SCB, TISCO, TTB
- ไทยเที่ยวไทยพลัส+ แผน PDP : GULF , GUNKUL, KTB, SCC, STECON, WHA, WHAUP, AWC, BJC, ERW LHHOTEL, OR, PTG
- คาดผลการดำเนินงานโตต่อใน 3Q69 : BTG, CPALL, CRC, MRDIYT, PR9, TFG
- ราคาน้ำมันขึ้นไม่หยุด ฉุดตลาด : ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นต่อเช้านี้ แตะระดับ 96.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังพลจัตวา Hossein Mahbi โฆษก IRGC กล่าวว่า อิหร่านได้พัฒนาความสามารถด้านการโจมตี จนสามารถโจมตีเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามได้ครั้งละ 20 เป้าหมาย โดยจะทำการโจมตีตอบโต้ฐานที่มั่นต่างๆของสหรัฐมากเท่าที่สหรัฐโจมตีจุดยุทธศาสตร์ของอิหร่าน นอกจากนี้ย้ำว่า เงื่อนไขที่สงครามครั้งนี้จะจบ คือ 1) สหรัฐต้องยุติภัยคุกคามต่ออิหร่าน 2) ต้องถอนกำลังอิสราเอลออกจากเลบานอน 3) ยุติการปิดล้อมเยเมน และ 4) สหรัฐต้องปล่อยสินทรัพย์อิหร่านที่ถูกอายัดมูลค่า $24 พันล้าน ซึ่งเรามองเงื่อนไขดังกล่าวค่อนข้างเป็นไปได้ยาก และ ยังไม่เห็นทางออกในระยะสั้น จึงคาดว่าทิศทางราคาน้ำมันดิบยังอิงทางขึ้นต่อ ภาพ Bond Yield สหรัฐอายุ 2 และ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.42% และ 4.85% ซึ่ง Bond Yields อายุ 10 ปี ทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งนับตั้งแต่เดือน พ.ย.66 กดดันภาพรวมตลาดหุ้น อย่างไรก็ดีหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและพลังงานต้นน้ำยังรับประโยชน์จากภาพราคาน้ำมัน นอกจากนี้ค่าระวางเรือยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง เป็นบวกต่อหุ้นเดินเรือ ส่วนภาพทิศทางนโยบายการเงินยังมีความน่าจะเป็นที่เฟดจะกังวลในภาพเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน เรามองตลาดจะพิจารณาภาพราคาพลังงาน ควบคู่กับตัวเลข PPI เดือน ส.ค. สหรัฐที่จะประกาศในคืนนี้ รวมถึง CPI ที่จะประกาศในคืนวันศุกร์ จึงอาจไม่เร่งเพิ่มน้ำหนักในการลงทุนมากนัก
- งบประมาณปี 70 ยังพิจารณาไม่จบ และ ยังมีความเสี่ยงจากสว.: การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ล่าสุด วุฒิสภาเผยจะพิจารณาให้เสร็จภายใน วันที่ 10-11 ก.ย. แต่สภาผู้แทนราษฎรยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาซึ่งมีข้อขัดแย้งในเรื่องของกรอบเวลาอภิปรายทำให้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ จึงมีความเสี่ยงที่อาจเห็นการพิจารณางบดังกล่าวล่าช้าออกไป นอกจากนี้โฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา ระบุถึงความเสี่ยงในการปฏิบัติงานว่ายังไม่ทราบจำนวนสว.ที่จะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ว่าจะกี่ท่านในกรณีที่ กกต. ส่งฟ้องกับศาลฯ เรามองประเด็นดังกล่าวจะสร้างความกังวลให้ตลาดในช่วงสั้น แต่หุ้นที่อิงกับโครงการที่อยู่ใน Pipe line เช่น ไทยเที่ยวไทยพลัส และแผน PDP ยังมีความน่าสนใจเข้าสะสมในจังหวะย่อตัว
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(-) ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 89.70 ปรับตัวลดลงจากระดับ 90.0 ในเดือน ก.ค. 69 จากสถานการณ์ฝนตกในหลายพื้นที่
(-) ผู้ว่าฯ ธปท. ชี้ SME ไทย ถูกปฏิเสธสินเชื่อในอัตราที่สูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มรายใหม่หรือเคยมีประวัติหนี้เสีย สูงถึง 90% ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อและต้นทุนทางการเงิน
(-) ตัวเลข CPI และ PPI ต่างก็ปรับตัวขึ้นในเดือน ส.ค. เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกสูงขึ้นและอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง
(+) กระทรวงการคลังเผยเตรียมจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในโครงการโซลาร์รูฟท็อปช่วงกลางเดือน ต.ค. 2569 รับเงินอุดหนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 50,000 บาท โดยไม่ต้องสำรองเงินทุน แต่ใช้ระบบสินเชื่อ และชำระคืนตามระบบขายไฟคืนรัฐ
Picks of the day
PRM (BUY)
-
เป้าหมาย: 10.40 / 10.80 แนวรับ: 9.85 / 10.00
-
สงครามเป็น Sentiment บวก : ได้รับ Sentiment บวกจาก สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ทำให้ค่าระวางเรือและความต้องการใช้เรือเพื่อสำรองสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ
-
ช่วง 2H69 คาดโตได้ต่อเนื่อง: ทิศทางผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในทุกไตรมาส จากความต้องการใช้เรือ FSU ที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงไปจนสิ้นปี ในขณะธุรกิจเรือขนส่งน้ำมัน จะมีการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากเรือใหม่ 2 ลำที่เริ่มให้บริการในไตรมาสก่อนหน้า และมีแผนเพิ่มเรืออีก 3 ลำเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังหนุนรายได้เพิ่มขึ้น ธุรกิจ OSV คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีใน 3Q69 จากการกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบของเรือ AWB และการเติบโตตามจำนวนเรือให้บริการที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
-
เป้าหมาย: 64.00 / 65.00 แนวรับ: 62.00 / 62.50
-
โอกาสการเติบโตชัดเจน: ธุรกิจไฟฟ้ายังมีปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าของ Direct PPA ซึ่งจะเปิดกว้างมากขึ้นและไม่จำกัดกำลังการผลิตเพดานที่ 2,000 MW โดยเบื้องต้นบริษัทตั้งเป้ายื่นขออนุญาตประมาณ 2,000-3,000 MW ขณะที่ความชัดเจนของแผน PDP 2026 ซึ่งคาดว่าจะออกมาภายในปีนี้ จะช่วยเพิ่มความชัดเจนต่อทิศทางการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า Renewable ที่คาดว่าจะมีความต้องการประมาณ 20,000-30,000 MW ซึ่งบริษัทมีความพร้อมและความได้เปรียบในด้านต้นทุน
-
Data Center หนุนดีมานด์ไฟฟ้าต่อเนื่อง: สำหรับธุรกิจ Data Center มองว่ามีความต้องการเข้ามาลงทุนในไทยของบริษัทเทคโนโลยีจากต่างประเทศช่วยเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งบริษัทคาดมีความต้องการ Data Center ที่เป็นไปได้ในปัจจุบันประมาณ 4,000-5,000 MW








