US10Y Bond Yield พุ่งแตะ 5% // ยังรอติดตาม Fed
ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลดลงตามคาด ปิดลบอีก 13.45 จุด ที่ระดับ 1,591.07 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.2 หมื่นลบ. โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันและ Bond Yield ที่พุ่งขึ้น รวมถึงโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed สถาบันในประเทศยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นต่อเนื่องอีก 1.35 พันลบ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิบางๆ 49 ลบ. (แต่ Short สุทธิ Index Futures สูงถึง 2.1 หมื่นสัญญา)
แนวโน้มตลาดวันนี้: เราคาด SET Index วันนี้แกว่งตัว Sideways to Sideways Down ในกรอบ 1,580-1,600 จุด โดยยังถูกกดดันจาก Bond Yield ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด US 10Y Treasury Yield แตะระดับจิตวิทยาที่ 5% ขณะที่ Dollar Index แข็งค่า ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าและยังกดกระแสเงินทุนต่างชาติให้ยังอยู่ในทิศทางไหลออก ส่วนราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงโดย Brent ล่าสุดอยู่ที่ US$107/bbl ท่ามกลางสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงที่ยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก ปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตามคือผลการประชุม Fed ในคืนวันพุธ ซึ่งตลาดให้น้ำหนักสูงต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps สู่ระดับ 3.75-4% ด้วยความน่าจะเป็น 92% อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญกว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้คือ ถ้อยแถลงของประธาน Fed และ Dot Plot หากส่งสัญญาณว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งหรือมากกว่า เราคาดตลาดหุ้นจะยังเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield ที่มีโอกาสขยับขึ้นและยืนเหนือ 5% ต่อเนื่อง แต่หากปรับขึ้นอีกเพียง 1 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดประเมินในปัจจุบัน เรามองว่าจะเป็น Sentiment เชิงบวกและเพิ่มโอกาสที่ Bond Yield จะเริ่ม Peak และทยอยชะลอลงในระยะถัดไป เอื้อต่อเม็ดเงินที่จะไหลกลับหาสินทรัพย์เสี่ยง ด้านปัจจัยในประเทศ กกต. มีมติสั่งฟ้องบางส่วนในคดีทุจริตเลือก สว. รวม 77 คน โดยเป็น สว. ปัจจุบัน 26 คน และไม่มีนักการเมือง สส. หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง เราจึงมองว่าประเด็นดังกล่าว ไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง ขณะที่ DELTA คาดว่าจะเผชิญ Sentiment เชิงลบอ่อนๆจากข่าว Delta Taiwan ออก Exchangeable Bond ที่สามารถแปลงเป็นหุ้น DELTA ได้ ซึ่งกดดันต่อราคาหุ้นและถ่วง SET ในระยะสั้น
กลยุทธ์ : Barbell พักเงินระยะสั้นใน Commodity-Bank-Defensive // ระยะกลาง-ยาว ยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ก.ย : BTG, HANA, ITC, PR9, STA
FSSIA Portfolio: BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR
หุ้นเด่นวันนี้ : BBL
-
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 240 บาท
-
คาดกลุ่มธนาคารยังคงได้แรงหนุนจาก Bond Yield ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากทั้งราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง เพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่วนกนง.คาดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่ขาลงได้จบลงแล้ว
-
เราคาดว่าแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อสำหรับ BBL จะเร่งตัวขึ้นใน 2H26 ตามภาคการลงทุนเอกชนที่โตเด่น ขณะที่ Valuation ยังถูกที่สุดในกลุ่มธนาคาร เทรด PBV เพียง 0.6 เท่าและให้ Dividend Yield สูงกว่า 5% ต่อปี
-
แนวรับ 187-186 บาท แนวต้าน 194//196.50//200 บาท
ประเด็นสำคัญวันนี้ :
(+) กลุ่มโรงไฟฟ้า PDP 2026, Data Center และ DPPA จะเปิดวัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ของกลุ่มโรงไฟฟ้า แนวทางเลือกที่ 4 ของแผน PDP ซึ่งประกอบด้วยการนำเอากำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียน และการลงทุนในโครงการกักเก็บคาร์บอนรวมอยู่ในแผน เป็นกรณีที่เราเชื่อว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ด้วยสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าที่สมดุล และสอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายพลังงานของไทย คงน้ำหนักการลงทุน OVERWEIGHT โดยหุ้นเด่น คือ GULF และ BCPG ตามด้วย RATCH, GPSC, WHAUP, BGRIM และ EGCO
(0) DELTA Delta Taiwan เตรียมออก Exchangeable Bond US$1.5 พันล้าน สามารถแลกเป็นหุ้น DELTA Thailand ที่ Exchange Premium 15% และ 30% คิดเป็นราคาแปลงราว 266.8 บาท (ชุดแรก อายุ 1 ปี) และ 301.6 บาท (ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี) ตามลำดับ โดยขนาดการออกสูงกว่าครั้งก่อนราว 3 เท่า สะท้อนความต้องการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง คาดผลกระทบต่อราคาหุ้นรอบนี้จำกัดกว่าครั้งก่อน เนื่องจากตลาดคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรใน 3Q26
(0) CPF แจ้งตลาดรับทราบผลของศาลอุทธรณ์กรณีปลาหมอคางดำ โดยศาลให้ดำเนินการพิจารณาคดีแบบกลุ่ม จากคดีปลาหมอคางดำ ที่มีผู้ฟ้องรวม 10 คน ดำเนินการฟ้อง CPF โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งซื้อให้ดำเนินการพิจารณาคดีแบบรวมกลุ่มวันที่ 4 มี.ค. 2025 ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย โดยผลคดียังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าฟ้องอย่างเป็นทางการ แต่หากอิงตัวเลขที่เคยเป็นข่าว 2.4 พันลบ. เทียบเท่าราว 0.29 บาท/หุ้น
(-) ตลาดดาวโจนส์ปิดลบ โดย Dow Jones ปิดที่ 52,421.20 จุด ลดลง 152.09 จุด หรือ -0.29% ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 7,619.98 จุด ลดลง 37.00 จุด หรือ -0.48% และ Nasdaq ปิดที่ 26,186.41 จุด ลดลง 146.62 จุด หรือ -0.56% ถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป รวมถึงราคาน้ำมันและ Bond Yield สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น ขณะที่ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
(-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบราว 0.5% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามความกังวลต่อแนวโน้มอุตสาหกรรม AI ขณะที่ราคาน้ำมันและ Bond Yield ที่ปรับสูงขึ้นกดดันความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง
(-) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในเช้าวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดร่วงลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป หลังผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี AI หลายรายในสหรัฐฯ แสดงความกังวลด้านความปลอดภัยและเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI
(-) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยอยู่ที่ 33.24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 0.07%
(+) ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 1.07 ดอลลาร์ หรือ 1.02% ปิดที่ 105.68 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังซาอุดีอาระเบียปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตี เพิ่มความกังวลว่าภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานจะรุนแรงขึ้น
(-) ราคาทองคำ COMEX ลดลง 57.00 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 4,351.90 ดอลลาร์/ออนซ์ จากความกังวลว่าราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงอาจหนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์








