รอติดตามท่าทีในตะวันออกกลางและการพบกันระหว่างสหรัฐฯกับจีน
MARKET UPDATE
Dow Jones สัปดาห์ที่ผ่านมาปิดลบ 1.7% ขณะที่ S&P 500 ลดลงเพียง 0.08% และ Nasdaq ปรับขึ้น 0.7% หนุนจากแรงซื้อหุ้น AI เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.75-4.00% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี พร้อมส่งสัญญาณอาจขึ้นเพิ่มอีกในปีนี้ ราคาน้ำมันดิบ BRT ลบ 0.9% ท่ามกลางการพูดคุยกันระหว่างจีนกับอิหร่าน
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
วันศุกร์ที่ผ่านมาไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐแต่อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนบัตรขยับสูงขึ้นแต่ข้อดีก็คือยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ทั้งนี้ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาสถานการณ์ในตะวันออกกลางดูรุนแรงมากขึ้นอาจเป็นปัจจัยกดดัน อย่างไรก็ตามเช้านี้ราคาน้ำมันดิบ BRT บวกเพียงเล็กน้อย (+0.3%) ชี้ว่าตลาดยังไม่ได้กังวลมากนัก โดยรอติดตามท่าทีของสหรัฐฯหลังจากช่วงวันหยุดที่ผ่านมามีรายงานว่าทรัมป์เตรียมจะแถลงการบางอย่างและมีกำหนดการพบประธานาธิบดีจีนในวันที่ 24 ก.ย. คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม สถานการณ์เช้านี้พบ KOSPI +0.9% มองเป็นปัจจัยจิตวิทยาเชิงบวกต่อตลาดในภาพรวมและกลุ่ม TECH
ปัจจัยในประเทศ
วันศุกร์ที่ผ่านมา Fitch Rating ได้ปรับมุมมองประเทศไทยจาก Negative เป็น Stable แต่ยังคง Credit Rating ไว้ที่ BBB+ เป็นเพราะรัฐบาลสามารถรักษาหนี้สิน / GDP ไม่เกิน 70% และไทยก็สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานได้ พร้อมกับการลงทุนเอกชนที่เติบโตแข็งแกร่งรับประโยชน์จาก Data Center มองดีกับกลุ่มนิคมฯ ประเมิน SET กรอบ 1575 – 1600 เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเป็นจิตวิทยาเชิงบวก ระยะสั้นอาจเลือก Trading ในกลุ่ม TECH (DELTA HANA KCE) กลุ่ม Value Play (BBL KTB KBANK SCB KKP CPN) กลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) พร้อมรอติดตามการนำไทยช่วยไทยพลัสต่ออายุ
TOP PICK
MINT ซื้อ TP: Bt 26.50
บริษัทวางเป้ากำไรปี2026-28 เติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% จากรายได้ที่เติบโต 7%-9% ต่อปี และมีแผนลดหนี้ โดยมีเป้าอัตราส่วน Net debt-to-equity 0.75-0.85 เท่า จากปัจจุบันที่ 1.10 เท่า
CPN ซื้อ TP: Bt 80
ปัจจัยบวกจากภาพรวมธุรกิจที่ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเปิดศูนย์ใหม่ที่ล่าสุดมีความชัดเจนถึงปี 2028 แล้ว และรายได้จากธุรกิจอื่นอย่างโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักในมือเพิ่มเช่นกัน









