บล.กรุงศรีฯ

BANK Update น้ำท่วมกดดันราคาหุ้นระยะสั้น มองเป็นจังหวะดึงสถานะกลับ เพื่อการเติบโตระยะยาว รับ Investment Cycle เน้น KTB และ KBANK ก่อน

Facts:

แม้ช่วง 30 กย – 4 ตค 2026 จะเป็นช่วงเฝ้าระวัง สถานการณ์ ฝน ใน กทม เริ่มคลี่คลาย แต่ความเสี่ยงน้ำในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างยังไม่ผ่านจุดสูงสุด จากการเพิ่มระบายน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก ประกอบกับน้ำทะเลหนุนช่วงต้นเดือน ต.ค. ทำให้เรามีมุมมองน้ำท่วมกำลังผ่านพีคในบางพื้นที่ แต่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางระบายน้ำเหนือหลักยังมีความเสี่ยง

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับฐานท่ามกลางความกังวลผลกระทบน้ำท่วมต่อคุณภาพสินทรัพย์ โดยดัชนี BANK ลดลงจากจุดสูงสุดราว -7% ขณะที่ KTB และ KBANK ปรับลง -8.33% และ -9.34% ในช่วง 22–30 ก.ย. 2026 ตามข้อมูลที่ใช้ศึกษา เรามองว่าแรงขายแบบ Panic ดังกล่าว เริ่มเปิดโอกาสเชิงกลยุทธ์ ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจยังอยู่ในกรณีฐานและสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อไปกว่า 1-2 สัปดาห์ กระทบ GDP ราว -0.2%

Key Ideas:

1) BANK ปรับฐานเข้าใกล้ระดับแรงขายในรอบ Shock ก่อนหน้า

Drawdown ของ BANK รอบนี้อยู่ที่ -6.99% เทียบกับ Oil Shock ปี 2026 ที่ -9.2%, Tariff Shock ปี 2025 ที่ -11.0% และน้ำท่วมใหญ่ปี 2011 ที่ -24.8% สะท้อนว่าราคาหุ้นตอบรับความกังวลไปแล้วระดับหนึ่ง แม้สถิติย้อนหลังจะไม่ได้ยืนยันว่าการปรับฐานสิ้นสุดลงแล้ว

2) ผลกระทบ GDP ในกรณีฐานยังต่ำกว่าปี 2011 มาก

นักเศรษฐศาสตร์ KSS ประเมินผลกระทบ GDP รอบนี้ที่ -0.2% เทียบกับ -3.0% ในปี 2011 ตามชุดข้อมูลที่ใช้ หรือประมาณ 1 ใน 15 ของครั้งนั้น ขณะที่ BANK ปรับลงแล้วราว 28% ของ Drawdown ปี 2011

ความแตกต่างนี้สนับสนุนมุมมองว่า ราคาเริ่มเผื่อความเสี่ยงไว้มากเมื่อเทียบกับผลกระทบเศรษฐกิจในกรณีฐาน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน เพราะผลต่อกำไรขึ้นอยู่กับโครงสร้างลูกหนี้ ระยะเวลาน้ำท่วม และภาระสำรองของแต่ละธนาคาร

3) KTB–KBANK ถูกขายแรงกว่ารอบ Oil Shock แล้ว

  • KTB: รอบปัจจุบัน -8.33% เทียบกับ Oil Shock -5.76%, Tariff Shock -17.96% และน้ำท่วมปี 2011 -36.36%
  • KBANK: รอบปัจจุบัน -9.34% เทียบกับ Oil Shock -8.21%, Tariff Shock -11.25% และน้ำท่วมปี 2011 -27.43%

ทั้งสองหุ้นจึงเริ่มน่าสนใจสำหรับการทยอยดึงสถานะกลับ โดย KBANK ปรับลงมากที่สุดในกลุ่มหุ้นธนาคารที่ปรากฏในตารางรอบปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การเลือกสะสมควรพิจารณาความเสี่ยงกำไรควบคู่กับขนาดการปรับฐาน

Strategy: เริ่มมองจังหวะสะสม เลือก KTB และ KBANK ก่อน

ให้น้ำหนัก KTB เป็นลำดับแรก จากมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อโอกาสสินเชื่อที่เชื่อมโยงภาครัฐและการลงทุนฟื้นฟู ตามด้วย KBANK เมื่อความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์ธุรกิจและ SME เริ่มคลี่คลาย

ปัจจัยหนุนการฟื้นตัว ได้แก่ สถานการณ์น้ำที่ดีขึ้น มาตรการเยียวยาที่ช่วยประคองกระแสเงินสดลูกหนี้ และความต้องการสินเชื่อจากการฟื้นฟูและ CAPEX Cycle ระยะถัดไป แนะนำแบ่งไม้สะสมเมื่อราคาเริ่มสร้างฐาน โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า น้ำท่วมไม่ยืดเยื้อจนต้องปรับเพิ่ม Credit Cost หรือปรับลดประมาณการกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

 

- Advertisement -