บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Minor International (MINT.BK/MINT TB)*

โมเมนตัมการดำเนินงานดีขึ้นจากการลดระดับหนี้ลงต่อเนื่อง (Outperform‧Maintained)

Event

Update ข้อมูลบริษัท

Impact

การดำเนินงานธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหารดีขึ้น

จากการได้พูดคุยกับผู้บริหารล่าสุด เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินงานของ MINT โดย RevPAR ของธุรกิจโรงแรมใน 3Q69F ยังคงแข็งแกร่ง นำโดยมัลดีฟส์ (+20–30% YoY), ประเทศไทย (เลขสิบกลางๆ) และยุโรป (+6%) ส่วนใน 4Q69F ยอดจองล่วงหน้าปัจจุบันของ RevPAR ในยุโรปเพิ่มขึ้นเป็นเลขต่ำถึงกลางหลักเดียวและในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นอยู่ที่เลขกลาง ๆ หลักเดียว แต่ที่มัลดีฟส์ทรงตัว YoY ขณะที่ MINT ยังคงเร่งกลยุทธ์รับจ้างบริหาร (asset-light) โดยตั้งเป้าทำสัญญาบริหารจัดการใหม่ ๆ 50 แห่งในปี 2569F (เช่นสัญญาแล้ว 40 แห่ง YTD) และ 80 แห่งในปี 2570F ซึ่งน่าจะเพิ่มสัดส่วนโรงแรมแบบรับจ้างบริหารขึ้นเป็น 50% ของพอร์ตในปี 2571F จากปัจจุบันที่ 30% ด้านธุรกิจร้านอาหารพบว่า SSSG ในประเทศไทยใน ก.ค.–ก.ย. 69 อยู่ที่ราว +5% นำโดย Dairy Queen, Swensen’s และ Bonchon ขณะที่ จีนทรงตัว แต่ออสเตรเลียและสิงคโปร์ลดลง 1–2% YoY

ต้นทุนที่สูงขึ้นกดดัน margin

ผู้บริหารคาดว่า EBITDA margin จะอ่อนตัวลง (ใกล้เคียงกับประมาณการปี 2569F ของเราที่ 26%) จาก 28.9% ในปี 2568 และ 26.5% ใน 1H69 ส่วน margin ธุรกิจโรงแรมเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกลบผลบวกจาก RevPAR ที่เติบโตดีได้เกือบทั้งหมด ขณะที่ ต้นทุนพลังงานเป็นประเด็นที่น่ากังวลน้อยลง เพราะว่า MINT ได้ทำการป้องกันความเสี่ยง (hedging) ปี 2569 ตามกำหนดดูแลปี 2570F ราว 45–70% ของข้อกำหนดไว้แล้ว ส่วนธุรกิจร้านอาหาร เราคาดว่า margin จะทรงตัว แม้ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์จะสูงขึ้น โดยหนุนจากรายได้เติบโตดีต่อเนื่อง

การลดภาระหนี้ยังคงเป็นกลยุทธ์หลัก

MINT ยังคงลดระดับหนี้ผ่านการ refinancing และการจำหน่ายสินทรัพย์ โดยคาดว่าต้นทุนการเงินปี 2569F จะลดลงอยู่ที่ 4.1–4.2% จาก 4.29% ปี 2568 ด้านหุ้นกู้ที่ไม่มีกำหนดวันไถ่ถอน (perpetual bonds) มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท/1.05 หมื่นล้านบาทในปี 2570F/71F ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนราว 6% อาจสามารถ refinance ได้ในอัตราที่ต่ำกว่า 5% นอกจากนี้ MINT ยังตั้งเป้าหมายดำเนินการจำหน่ายสินทรัพย์ในยุโรปออกไปให้แล้วเสร็จภายใน 1Q–2Q70F ภายใต้รูปแบบการขายแล้วรับกลับมาบริหารจัดการต่อ (sale-and-manage-back) โดยจะนำเงินที่ได้รับจากการขายสินทรัพย์ 100% ไปใช้ชำระหนี้ การที่ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการมากขึ้น และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงน่าจะชดเชย EBITDA ที่สูญเสียไปได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะช่วยจำกัดผลกระทบต่อกำไร ขณะเดียวกันก็ยังหนุนการ deleveraging ต่อเนื่องด้วย

Valuation & action

เราคาดกำไร 3Q69F จะดีขึ้นเล็กน้อย QoQ และยังเติบโต YoY ต่อเนื่อง ขณะนี้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2570F ที่ 8x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5 S.D.)

Risks

ความเสี่ยงหลักคือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจกดดันอุปสงค์การเดินทางทั่วโลกนานกว่าคาด

- Advertisement -