บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Siam Global House PCL (GLOBAL.BK/GLOBAL TB)*

ประมาณการ 3Q69F: Low season (Outperform‧Maintained)

Event

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ GLOBAL ใน 3Q69F จะอยู่ที่ 402 ล้านบาท (+3% YoY, -58% QoQ) ทำให้กำไรสุทธิในงวด 9M69F อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท (+41% YoY) หรือ คิดเป็น 82% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา โดยกำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะปัจจัยฤดูกาลซึ่งทำให้กิจกรรมการก่อสร้างลดลงในช่วงหน้าฝน และ อัตรากำไรขั้นต้นสูงเป็นพิเศษใน 2Q69 เพราะสต็อกเก่าที่มีต้นทุนต่ำ ในขณะเดียวกัน กำไรที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY จะเป็นเพราะสามารถเพิ่ม margin ได้จากกลยุทธ์จำหน่ายสินค้า house-brand ซึ่งน่าจะมีน้ำหนักมากกว่า SSSG ที่ติดลบ

Impact

อุปสงค์ดูจะอ่อนแอ โดยที่ SSSG ติดลบ

เราคาดว่ายอดขายของ GLOBAL ใน 3Q69F จะอยู่ที่ 7.4 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY, -10% QoQ) เพราะการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องน่าจะหักล้างไปกับ SSSG ที่ติดลบ (-6% ใน 3Q69F จาก -0.9% ใน 3Q68 และ -4% ใน 2Q69) เราคาดว่าบริษัทจะเปิดร้านใหม่เพิ่มอีกสองร้านในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 101 ร้าน (จาก 93 ร้านใน 3Q68 และ 99 ร้านใน 2Q69) ทั้งนี้ เราคาดว่ายอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ QoQ จะเป็นเพราะปัจจัยฤดูกาล ซึ่งกิจกรรมการก่อสร้างลดลงในช่วงหน้าฝน

ความริเริ่มจากภายในบริษัทเพื่อเพิ่ม margin จะช่วยหนุนผลประกอบการ

เนื่องจาก i) สัดส่วนยอดขายสินค้า house brands เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 27.5% (จาก 27% ใน 3Q68) และ ii) มีการปรับราคาขาย เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ GLOBAL ใน 3Q69F จะอยู่ที่ 27.1% (+0.6ppts YoY, -4.5ppts QoQ) โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง QoQ จะสะท้อนถึงฐานที่สูงใน 2Q69 เพราะสต็อกต้นทุนต่ำ ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในงวด 9M69F อยู่ที่ 28.4% (+2.8ppts YoY) สูงกว่าสมมติฐานเต็มปีของเราที่ 27.9%

กำลังเข้าสู่ช่วง high season ใน 4Q69F-1Q70F

เราคาดว่าโมเมนตัมกำไรของ GLOBAL จะยังคงแข็งแกร่งในอีกสองไตรมาสข้างหน้า เพราะ i) คาดว่าอุปสงค์จะฟื้นตัวจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว และ รายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 10% YoY ในเดือนกรกฎาคม ทำให้งวด 8M69 เพิ่มขึ้น 4% YoY (Figure 2) โดย SSSG ของ GLOBAL มีสหสัมพันธ์ 0.5 กับอัตราการเติบโตของรายได้ภาคเกษตรของไทย (Figure 7) และ ii) margin ยังคงเพิ่มขึ้นอีกจากการใช้กลยุทธ์จำหน่ายสินค้า house-brand อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้สัดส่วนยอดขายสินค้า house-brand เพิ่มขึ้น และได้อานิสงส์ทางด้านต้นทุนจากการขยายสาขาร้าน ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นพิเศษใน 2Q69 ทำให้ อัตราการเติบโตของกำไรพุ่งกอนที่กลับมาอยู่ระดับปกติที่ 4% YoY ในปี 2570F จากการที่อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาอยู่ระดับปกติ

Valuation & action

เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ไว้ที่ 7.80 บาท อิงจาก PER ที่ 16.0x (ค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -0.5 S.D.) ทั้งนี้ เราประเมินมูลค่าหุ้นแบบมี discount เพื่อสะท้อนถึงกำไรที่โตนอยมากในปี 2570F เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นกลับมาอยู่ระดับปกติ ซึ่งมองว่าเป็นผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น ในขณะเดียวกัน เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มในระยะกลางถึงยาว จากความสำเร็จของการใช้กลยุทธ์จำหน่ายสินค้า house-brand ซึ่งน่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ margin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

Risks

เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าเป้าหมาย, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ และ สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก

- Advertisement -