บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Commerce Sector (Neutral‧Maintained)
ประมาณการ 3Q69F: Low season
Event
ประมาณการ 3Q69F
Impact
ประมาณการ 3Q69F: Low season
เราคาดว่ากำไรสุทธิรวมใน 3Q69F ของบริษัทในกลุ่ม commerce หมวด home improvement ที่เราศึกษาอยู่ ซึ่งได้แก่ Dohome (DOHOME.BK/DOHOME TB), Siam Global House (GLOBAL.BK/GLOBAL TB) และ Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)* จะอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท (+3% YoY, -35% QoQ) ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิรวมในงวด 9M69F อยู่ที่ 7.2 พันล้านบาท (+11% YoY) เราคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย YoY เพราะอานิสงส์จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจะถูกหักล้างไปบางส่วนกับ SSSG ที่อ่อนแอ ในขณะเดียวกัน กำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะผลจากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งกิจกรรมการก่อสร้างจะลดลงในช่วงหน้าฝน และ ผลกระทบจากฐานที่สูงใน 2Q69 ซึ่งเกิดจากสต็อกเก่าที่มีต้นทุนต่ำ เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ DOHOME จะโตโดดเด่นกว่าบริษัทอื่นในกลุ่ม โดยคาดว่ากำไรจะโตสูงที่สุด YoY ที่ 30% YoY เพราะ SSSG เป็นบวกที่ 5% (เพราะอุปสงค์จากโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ) และ อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นได้แรงหนุนจากยอดขายสินค้า house brand ที่เพิ่มขึ้น
กำไรจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่สี่
เราคาดว่ากำไรของสามบริษัทกลุ่ม commerce หมวด home improvement ที่เราศึกษาอยู่น่าจะเพิ่มขึ้น QoQ ในไตรมาสที่สี่ ทั้งนี้ เนื่องจากใน 4Q68 มีปัจจัยลบซึ่งได้แก่ i) น้ำท่วมภาคใต้ของประเทศไทย ii) ฝนตกหนัก iii) การใช้จ่ายภาครัฐเกิดความล่าช้า iv) มีกรณีพิพาทชายแดน และ v) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแอก่อนเลือกตั้ง เราจึงคาดว่ากำไรของทั้งสามบริษัทน่าจะเพิ่มขึ้น YoY ใน 4Q69F เนื่องจากสถานการณ์ดีขึ้น เราคาดว่ากำไรของ DOHOME จะโตสูงที่สุด YoY ใน 4Q69F เพราะทั้งยอดขาย และ margin ถูกกระทบใน 4Q68 ทำให้ฐานกำไรต่ำ เราคาดว่ากำไรของ HMPRO จะเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์หลังน้ำลด เพราะ ~42% ของร้าน HomePro และ 31% ของร้าน Mega Home ตั้งอยู่ในภาคกลาง (ของ GLOBAL อยู่ที่ 23% และ ของ DOHOME อยู่ที่ 37%) ในขณะที่ GLOBAL น่าจะได้อานิสงส์จาก margin ที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นของสินค้า house brand
คาดว่ากำไรจะโตไม่มากในปี 2570F
เราคาดว่ากำไรของสามบริษัทในกลุ่ม commerce หมวด home improvement ที่เราศึกษาอยู่จะโตในช่วง 0-5% ในปี 2570F เนื่องจาก i) ฐานกำไรสูงจากสต็อกที่มีต้นทุนต่ำ ซึ่งช่วยหนุน margin ใน 2Q69 ii) ยอดขายน่าจะโตได้ไม่มากนักเนื่องจากฐานจำนวนสาขาร้านสูงขึ้น (HMPRO 153 ร้าน/ GLOBAL 101 ร้าน) ทั้งนี้ การจำหน่ายสินค้า house brand อย่างต่อเนื่อง (HMPRO ~22%/GLOBAL ~26%/DOHOME ~18%) และ การคุมต้นทุนจะช่วยหนุนให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรของ DOHOME จะน่าสนใจน้อยลงในปี 2570F เพราะไม่มีการเปิดร้านใหม่เพิ่มในปี 2569F
Valuation & action
เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มนี้ที่ “เท่ากับตลาด” โดยแนะนำ “ซื้อ” HMPRO และ GLOBAL พร้อมทั้งให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 7.20 บาท และ 7.80 บาทตามลำดับ ในขณะที่แนะนำ “ถือ” DOHOME โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 3.80 บาท เรามองว่าพอมีโอกาสให้เก็งกำไรในหุ้น DOHOME อยู่บ้างจากผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มจะโตโดดเด่นกว่าหุ้นอื่นในกลุ่มในช่วง 3Q69F-4Q69F ในขณะที่คาดว่า HMPRO จะได้อานิสงส์จากอุปสงค์หลังน้ำลดใน 4Q69F และ กำไรจะกลับมาอยู่ระดับปกติใน 1Q70F โดยที่งบดุลแข็งแกร่ง ส่วน GLOBAL น่าจะได้แรงหนุนจากความสำเร็จของการใช้กลยุทธ์ house-brand ซึ่งน่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ margin เพิ่มขึ้น และ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัวลง, disruption ที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ, พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป, ขยายสาขาได้น้อยกว่าที่วางแผนไว้, ประสบปัญหาในการหาทำเลเพื่อตั้งสาขา







