บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Financial Sector Weekly newsflow

ปัจจัยในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนความเคลื่อนไหวราคา (Overweight Maintained)

Event

Weekly update.

Impact

ผลประกอบการของ TISCO ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อกลุ่ม: TISCO เป็นธนาคารแรกที่รายงานกำไร 3Q26 โดยแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานด้านสินเชื่อที่แข็งแกร่ง ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้น (จากผลตอบแทนสินเชื่อที่สูงขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง) ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมสินเชื่อรายย่อยที่เติบโตชะลอลง (หลักๆ จากสินเชื่อเช่าซื้อ – H/P) ได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก โดย NPL ของสินเชื่อเช่าซื้อลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนเครดิต (Credit Cost) ลดลงและสัดส่วนการตั้งสำรองต่อ NPL (Coverage Ratio) สูงขึ้น

คุณภาพสินทรัพย์ในส่วนเช่าซื้อยังคงบริหารจัดการได้: ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงใช้นโยบายปล่อยสินเชื่อเช่าซื้ออย่างระมัดระวัง ธนาคารที่มีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อสูง เช่น KKP (44% ของสินเชื่อรวม), TISCO (44%), TTB (30%) และ SCB X (ประมาณ 5%) ยังคงชะลอการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในปีนี้ ส่งผลให้ต้นทุนเครดิตในกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะธนาคารที่มีนโยบายรัดกุมอย่าง TTB, KKP และ SCB

การดิ่งลงของตลาดหุ้นอินโดนีเซียสร้างแรงกดดันต่อ BBL: คำเตือนจาก MSCI เกี่ยวความเป็นไปได้ที่จะถอดอินโดนีเซียออกจากดัชนี ทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นธนาคารอินโดนีเซียอย่างรุนแรง โดยเฉพาะธนาคาร Permata (ซึ่ง BBL ถือหุ้นอยู่ 98.7% จากการเข้าซื้อในปี 2019 ด้วยมูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ราคาหุ้นร่วงลง 18% WoW และ 68% YTD หากราคาหุ้นของ Permata ยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง อาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อมูลค่าสินทรัพย์ (Valuation) ของ BBL เนื่องจากมูลค่า Market capitalization ของ Permata Bank ปัจจุบันที่ 3.2 พันล้านเหรียญสหรัฐสูงกว่ามูลค่าเงินลงทุนที่ BBL บันทึกไว้ในงบการเงินที่ 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐเพียงเล็กน้อย

ความเสี่ยงสำคัญ: หหนี้เสีย (NPL) และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่อาจเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม (FVTPL) ในเงินลงทุน

- Advertisement -