บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Carabao Group (CBG.BK/CBG TB)*

การเติบโตและการ re-rating ยังมีศักยภาพ (Outperform‧Maintained)

Event

ประมาณการ 3Q69F และแนวโน้มธุรกิจ

Impact

ประมาณการ 3Q69F – ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยจากน้ำท่วม แต่ตลาดรับรู้ผลกระทบไปแล้ว

วันที่ 13 พ.ย. เราคาด CBG จะรายงานกำไรหลัก 3Q69F ที่ 700 ลบ. (-5% QoQ แต่ +14% YoY) ทำให้กำไรหลัก 9M69F อยู่ที่ 2.0 พันลบ. (-6% YoY) (71% ของกำไรปี 2569F ของเรา) กำไรที่ลดลง QoQ จะมาจาก การรับรู้ผลจากต้นทุนอะลูมิเนียมและก๊าซที่สูงขึ้นเต็มไตรมาส แม้ยอดขายหลายธุรกิจยังเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ (+7% QoQ และ +2% YoY) รายได้ธุรกิจจัดจำหน่าย (+2% QoQ, +12% YoY) และรายได้การผลิตสินค้า OEM ในแบรนด์ลูกค้า (branded OEM) ซึ่งเติบโตบางส่วน (+11% QoQ และ +48% YoY) โดยมี Loveza (โซดาผลไม้) หนุนหลัก ส่วนกำไรที่โต YoY จะหนุนจากรายได้เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศและธุรกิจจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งขึ้นกับการคุม SG&A to Sales โดยคาดที่ 10.7% (จาก 12% ใน 3Q68) แม้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะลดลงที่ 25.4% (จาก 26.4% ใน 2Q69 และ 25.6% ใน 3Q68) โดยยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังต่างประเทศคาดเติบโต 6% YoY จากเมียนมาช่วยชดเชยกัมพูชาที่สูญเสียไปตั้งแต่ 3Q68 แต่คาดจะลดลง 24% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล

ภาวะน้ำท่วมทำให้การรับรู้รายได้ล่าช้า…แต่แนวโน้มการฟื้นตัวยังคงเดิม

เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่น เราคาดโรงงานของ CBG จะยังคงดำเนินงานได้ตามปกติ แม้เกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และบางจังหวัด แต่ความล่าช้าในการกระจายสินค้ายาว 3–5 วัน อาจทำให้การรับรู้รายได้บางส่วนเลื่อนไปเป็น 4Q69F ขณะนี้ เรายังคงกำไรปี 2569F เติบโต 2% YoY ขับเคลื่อนจากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (ช่วยชดเชยยอดขายในกัมพูชาที่สูญเสียไปได้) ส่วนกำไรหลัก 4Q69F คาดจะเพิ่มทั้ง QoQ และ YoY จากรายได้ธุรกิจจัดจำหน่าย เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเติบโตดี และ GPM ที่ดีขึ้นจากการประหยัดต่อขนาดรวมถึงการควบคุมและลดต้นทุนที่เข้มงวดขึ้น

เป้าหมายการเติบโตปี 2570F เปิดให้กำไรมี upside

เรามองว่า CBG มีโอกาสคงการเติบโตปี 2570F แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยกำไรของเรามี upside อีก 4–8% หากฝ่ายบริหารสามารถทำได้ตามเป้าใน 4 ด้านหลัก ดังนี้ (i) เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ: บริษัทตั้งเป้ายอดขายโต 10% YoY (เราคาดที่ 4%) หนุนจากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 32–33% จาก 26% ปี 2568 และ 30% ปี 2569F (ii) รายได้ธุรกิจจัดจำหน่าย: บริษัทตั้งเป้าโต 20% YoY (เราคาด 11%) จากการขยายสาขา CJ More (600 สาขาต่อปี) (iii) ธุรกิจในเมียนมาฟื้นตัวและกลับมาเติบโต: คาดจะชดเชยยอดขายในกัมพูชาที่สูญเสียไป ทั้งนี้ เราประเมินรายได้เครื่องดื่มชูกำลังในต่างประเทศจะคิดเป็นเพียง 15–16% ของรายได้รวมปี 2569–70F (ปี 2564 สูงสุดที่ 40%) (iv) รายได้ OEBM จาก Laveza: CBG ตั้งเป้าจำหน่าย Loveza ปี 2569 ที่ 100 ล้านกระป๋อง เราประเมินว่า Loveza อาจทำรายได้ปี 2569F เพิ่มราว 100 ลบ. ขณะที่ เราสมมุติว่า 2H69F ขายได้ 25 ล้านกระป๋องและมีรายได้ 4 ลบ./ยอดขาย 1 ล้านกระป๋อง แต่ เรายังไม่รวมรายได้นี้ไว้ในประมาณการเพราะความเสี่ยงที่ความนิยมผลิตภัณฑ์อาจเป็นเพียงกระแสระยะสั้น

Valuation & action

เราแนะนำ “ซื้อ” CBG ราคาเป้าหมายกลางปี 70F ที่ 65.00 บาท อิงจาก PE ที่ 21x (-1.0 S.D.) เราเชื่อว่าความกังวลผลกระทบจากน้ำท่วมในปี 2569 และน้ำตาลที่สูงขึ้นส่วนใหญ่สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว ขณะที่ยอดขายยังเติบโตและแนวโน้ม GPM ฟื้นตัว เมื่อมองว่ามีโอกาสที่กำไรจะขยับเข้าใกล้ 3 พันลบ. กับราคาหุ้นในอดีตที่ซื้อขาย 50–80 บาท/หุ้น CBG มีโอกาส re-rating และเป็นหุ้นเด่นเราใน 4Q69F

Risks

การแข่งขันเข้มข้น, เศรษฐกิจชะลอตัว, พฤติกรรมผู้บริโภคและต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป

- Advertisement -