บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) (Pi Securities) ผู้ให้บริการด้านการลงทุน นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริการซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม และนวัตกรรมแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลแบบครบวงจร

หุ้นไทยอาจได้แรงหนุนจาก Growth มา Value

MARKET UPDATE

DJIA คืนวันศุกร์ปิดลบ 652 จุด (-1.2%) ถูกกดดันจากหุ้นหลายกลุ่มแม้กระทั่ง Defensive ก็ยังปรับตัวลง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.1% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 เดือนหลังการโจมตีซาอุฯของกลุ่มฮูตีเร่งแรงกดดันด้านอุปทาน

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

สถานการณ์รอบด้านยังเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะความกังวลเงินเฟ้อที่จะกดดันตลาดหุ้นเกี่ยวกับ Valuation และต้นทุนการเงิน ช่วงที่ผ่านมาหุ้น Growth จึงเผชิญปัจจัยลบค่อนข้างมากขณะเดียวกันกลับพบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลงต่อเนื่อง พร้อมกับ Dollar Index ที่แข็งค่าซึ่งดูจะผิดกับทฤษฎีแต่ภาวะเช่นนี้สะท้อนว่านักลงทุนอยู่ในภาวะเลือกจะปิดรับความเสี่ยงเน้นพักเงินในสินทรัพย์ปลอดภัยแต่ยกเว้นทองคำที่ปรับลง อย่างไรก็ตามมองการปรับลงเป็นภาวะปกติเนื่องจากผลประกอบการหุ้น Tech เติบโตแข็งแกร่ง หากราคาน้ำมันปรับลงเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาผ่อนคลาย สัปดาห์นี้รอติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ

ปัจจัยในประเทศ

ตลาดหุ้นไทยอาจได้แรงหนุนจากการหมุนกลุ่ม Growth มาเป็น Value Stock จากการที่ Growth Stock ถูกกดดันจาก Bond Yield และภาวะเงินเฟ้อสอดคล้องกับกระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มเห็นการกลับมาซื้อสุทธิ 3.4 พันล้านบาทในวันพฤหัส

วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1550 – 1570 อาจเผชิญแรงกดดันจากกลุ่ม TECH แต่ Value Stock อาจได้ประโยชน์ ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนกลับมองหาโอกาสในกลุ่ม Value เช่นธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) กลุ่มโรงพยาบาล (BCH BH PR9) กลุ่ม Domestic (CPALL CPN MTC SAWAD) กลุ่มพลังงาน (PTT PTTEP TOP PTTGC)

TOP PICK

KBANK ซื้อ TP: Bt 270

คาดกำไรใน 4Q26 จะทรงตัว YoY เพราะผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงถูกชดเชยด้วยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ขยายตัวจากธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง

BDMS ซื้อ TP: Bt 23

คาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q26 จะเป็นระดับสูงสุดใหม่ เติบโต QoQ/YoY จากการเติบโตทั้งรายได้ผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงมีอัตราการรักษาโรคซับซ้อนสูงขึ้น

- Advertisement -