บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
PRARAM 9 HOSPITAL (PR9 TB)
Record 3Q26, brighter 4Q26 outlook
-
คาดกำไร 3Q26 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 233 ลบ. แม้มีผลกระทบจากน้ำท่วม ปัจจัยหนุนจากคนไข้ไทย เคสโรคซับซ้อน การใช้เครื่องมือแพทย์ใหม่ และมาร์จิ้นที่ดีขึ้น
-
แนวโน้ม 4Q26 คาดกำไรเติบโตทั้ง q-q และ y-y ส่วนการเติบโตในปี 2027 จะได้แรงหนุนจากคนไข้ตะวันออกกลางและรายได้ต่อบิลที่สูงขึ้น
-
คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 27 บาท โดยราคาหุ้นยังไม่แพงในเชิงมูลค่า
คาดกำไร 3Q26 ทำสถิติสูงสุดใหม่
เราคาดว่า PR9 จะมีกำไรปกติทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 233 ลบ. ใน 3Q26 (+26% q-q, +4% y-y) จากรายได้ที่เติบโตและอัตรากำไรที่ดีขึ้น รายได้รวมคาดทำสถิติใหม่ที่ 1.43 พัน ลบ. (+9% q-q, +5% y-y) จากรายได้คนไข้ไทยที่คาดเพิ่มขึ้น 13% q-q และ 7% y-y ตามปริมาณเคสโรคซับซ้อน การใช้ประโยชน์จากเครื่องมือแพทย์ใหม่มากขึ้น และไข้หวัดตามฤดูกาล ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ต่อบิล ขณะที่รายได้คนไข้ต่างชาติคาดทรงตัว q-q และลดลง 1% y-y โดยรายได้เคสหนักจากคนไข้ตะวันออกกลางลดลงจากปีก่อนและยังมี่ผลกระทบบางส่วนจากเที่ยวบินที่ถูกยกเลิก ขณะที่คนไข้จากเมียนมายัเติบโตได้ดี ส่วนเหตุน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ในสัปดาห์สุดท้ายเดือน ก.ย. ทำให้การนัดคนไข้นอกและเคสผ่าตัดบางส่วนเลื่อนออกไป แต่คาดจะทยอยเข้ามาในเดือน ต.ค.
แนวโน้ม 4Q26 ฟื้นตัวและได้แรงหนุนจากเคสการรักษาที่เลื่อนมา
เราคงมุมมองบวกต่อกำไร 4Q26 ที่คาดว่าจะเติบโต 3% q-q และ 11% y-y โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่กลับมาในเดือน ต.ค. หลังเหตุน้ำท่วมกรุงเทพฯ และคาดรายได้คนไข้ตะวันออกกลางฟื้นตัวเช่นกัน ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจะช่วยหนุนกำไร ทั้งนี้ คาดว่าจะไม่บันทึกสิทธิประโยชน์ทางภาษีใน 4Q26 เช่นเดียวกับ 4Q25 เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2026-28 ลง 3-6% จากปริมาณคนไข้ชะลอตัวในปี 2026 และมีแนวโน้มการเติบโตในปี 2027-28 ที่ระมัดระวังมากขึ้น แต่รายได้ต่อบิลที่สูงขึ้นจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการปรับลดสมมติฐานปริมาณคนไข้ได้บางส่วน
รายได้ต่อบิลหนุนการเติบโตในปี 2027
เราประเมินกำไรปกติจะเติบโต 12% ในปี 2027 และ 9% ในปี 2028 หลังจากเติบโต 2% ในปี 2026 รายได้คาดเพิ่มขึ้น 7% ในปี 2027 และ 6% ในปี 2028 โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของคนไข้ชาวเมียนมาและตะวันออกกลาง การขยายตลาดใหม่ และการปรับกลยุทธ์เน้นการรักษาโรคซับซ้อนมากขึ้นในคนไข้ไทย คาดรายได้คนไข้ต่างชาติเติบโตเร่งตัว 14-16% ในปี 2027-2028 ส่งผลให้สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 29% และ 31% ตามลำดับ เราคาด GPM ขยายตัวเป็น 36.7% และ EBITDA margin เป็น 25.7% ในปี 2028
คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 27 บาท
เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 27 บาท โดยผลบวกจากการ roll over ถูกหักล้างด้วยการปรับลดประมาณการ จึงคงราคาเป้าหมายที่ 27 บาท (DCF) เทียบเท่า 22.6x P/E ปี 2027 (+0.5SD) ส่วนราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 15.9x P/E (ราว -1.5SD) ผู้บริหารไม่คาดว่าจะมีการตั้งสำรองที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลางในปี 2026 ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรเช่นกัน เราคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากมูลค่าหุ้นยังไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรในระยะกลาง การขยายฐานรายได้คนไข้ต่างชาติ และแนวโน้มอัตรากำไรที่ดีขึ้น








