บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

บล.ฟิลลิป:

โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา–CENTEL

ผลประกอบการเติบโตแต่อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังจำกัด

Key Point

เราคาดการณ์กำไรหลัก 3Q69E ที่ 230 ลบ. (+30.4% q-q, +20.2% y-y) โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากธุรกิจโรงแรมซึ่งการเติบโตมาจากโรงแรมในประเทศไทยโดยเฉพาะโรงแรมต่างจังหวัด และมัลดีฟส์ที่เติบโตโดดเด่น แม้ว่าผลการดำเนินงานโรงแรมในดูไบ และญี่ปุ่นยังกดดัน ขณะที่ธุรกิจอาหารยังเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ กำไรหลัก 9M69E คิดเป็น 64.5% ของประมาณการทั้งปี อย่างไรก็ตาม มูลค่าหุ้นปัจจุบันสะท้อนการเติบโตแล้ว เราปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” โดยให้มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2569E ที่ 46.00 บาทต่อหุ้น

คาดการณ์กำไรหลักเติบโตทั้ง q-q และ y-y

เราคาดการณ์กำไรหลัก 3Q69E ที่ 230 ลบ. (+30.4% q-q, +20.2% y-y) โดยที่มีปัจจัยสนับสนุนมาจากฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมซึ่งมีการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักรวม (Total RevPAR) ที่ +1.7% y-y ประกอบกับธุรกิจอาหารที่อัตราการเติบโตจากยอดขายรวม (TSS) +4.5% สะท้อนการเติบโตของรายได้จากทั้ง 2 ขาธุรกิจหลัก แม้ว่าผลการดำเนินงานของโรงแรมในดูไบ และญี่ปุ่นยังกดดัน ทั้งนี้ กำไรหลัก 9M69E เราคาดที่ 1,483 ลบ. คิดเป็น 64.5% ของประมาณการกำไรหลักทั้งปี 2569E ที่ 2,300 ลบ. (+19.4% y-y)

รายได้โรงแรมเติบโตแม้บางตลาดเผชิญแรงกดดัน

เราคาดการณ์รายได้ธุรกิจโรงแรมที่ 2,645 ลบ. (+7.3% q-q, +9.5% y-y) ซึ่งคิดเป็น 44% ของรายได้รวมซึ่งเติบโตโดดเด่นจากโรงแรมในไทยที่มีการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) +13.0% y-y โดยเฉพาะโรงแรมต่างจังหวัดที่ RevPAR +15.7% y-y และมัลดีฟส์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น +37.5% y-y แม้ว่าดูไบจะยังมีความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลาง แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว q-q ส่วนญี่ปุ่นยังกดดันจากนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัว และโรงแรมใหม่ที่อยู่ในช่วงสร้างฐานรายได้ ขณะที่ธุรกิจอาหารคาดรายได้ที่ 3,351 ลบ. (+1.1% q-q, +4.5% y-y) คิดเป็น 56% ของรายได้รวม สะท้อนการเติบโตของยอดขายจากร้านอาหารใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

แนวโน้มโรงแรมไทย และมัลดีฟส์ปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง

แนวโน้มธุรกิจโรงแรม 4Q69E มีทิศทางที่ดีขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะไทย และมัลดีฟส์ซึ่งมีดัชนีฤดูกาล (Seasonal Index) ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี โดยไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ก.ย./ต.ค./ พ.ย./ ธ.ค. ที่ 0.9, 0.9, 1.1 และ 1.3 ตามลำดับ ขณะที่มัลดีฟส์ เพิ่มขึ้นจาก 0.8, 1.0, 1.0 และ 1.2 ตามลำดับ สอดคล้องกับยอดจองล่วงหน้าที่เติบโตในทิศทางเดียวกัน โดย 4Q69E โรงแรมในไทย RevPAR + mid-single-digits ขณะที่มัลดีฟส์มียอดจองล่วงหน้าโรงแรมเก่าที่ RevPAR +High teens และ โรงแรมใหม่ที่ RevPAR + Low forties จึงคาดว่าจะสนับสนุน Occ. Rate และ RevPAR ในช่วงที่เหลือของปี (ที่มา: ประมาณการจากช่วงการเติบโตที่นักลงทุนสัมพันธ์เปิดเผย ณ วันที่ 21 ต.ค. 69)

เราปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 46.00 บาทต่อหุ้น

เราปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2569E ที่ 46.00 บาทต่อหุ้น แม้แนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว แต่เราเชื่อว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันเริ่มสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการไปแล้ว เป็นผลให้อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังรวมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลมีจำกัด แนะนำ “ถือ” เพื่อรอจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม โดยปัจจัยที่ยังต้องติดตามคือ การฟื้นตัวของโรงแรมในดูไบ และญี่ปุ่น

- Advertisement -