บล.ฟิลลิป:
โรงพยาบาลพระรามเก้า – PR9
คาดกำไรเติบโตตามฤดูกาลจากผู้ป่วยไทย
Key Point
เราคาดการณ์กำไรหลัก 3Q69E ที่ 227 ลบ. (+23.2% q-q, +1.7% y-y) จากแรงหนุนจากผู้ป่วยไทย ตามปัจจัยฤดูกาลซึ่งกระตุ้นความต้องการเข้ารับรักษา และช่วยชดเชยรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ได้รับผลบางส่วนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรหนุนให้ EBITDA Margin ปรับตัวสู่ 26.1% จากประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน และคุมค่าใช้จ่าย โดยกำไรหลัก 9M69E คิดเป็น 71% ของประมาณการทั้งปี เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 24.00 บาทต่อหุ้น
คาดปัจจัยฤดูกาลหนุนกำไรประกอบกับอัตรากำไรที่ดีขึ้น
เราคาดการณ์กำไรหลัก 3Q69E ที่ 227 ลบ. (+23.2% q-q, +1.7% y-y) โดยที่การเติบโตในเชิง q-q ได้รับแรงหนุนจากรายได้ผู้ป่วยไทยจากการเข้าสู่ปัจจัยฤดูกาลซึ่งหนุนความต้องการเข้ารับรักษาตามโรคประจำฤดูกาล และการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไร ขณะที่การเติบโตในเชิง y-y ยังอยู่ในระดับจำกัดจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ได้รับผลกระทบบางส่วนจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง และผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนเลื่อนการเข้ารับบริการ ขณะที่เราคาด EBITDA ที่ 375 ลบ. (+18.0% q-q, +10.4% y-y) หรือ EBITDA Margin ที่ 26.1% (vs. 24.8% ใน 3Q68) สะท้อนจากความสามารถในการบริหารต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
รายได้ผู้ป่วยไทยชดเชยรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติบางส่วน
เราคาดการณ์รายได้จากธุรกิจการโรงพยาบาล 3Q69E ที่ 1,430 ลบ. (+9% q-q, +4.8% y-y) โดยปัจจัยหนุนจากรายได้ผู้ป่วยไทยที่สร้างรายได้ 1,052 (+12.8% q-q, +7.1% y-y) เติบโตตามความต้องการรักษาโรคซับซ้อน และโรคตามฤดูกาล ขณะที่ รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ 378 ลบ. (-0.2% q-q, -1.0% y-y) ได้รับแรงกดดันบางส่วนจากกลุ่มตะวันออกกลาง แม้ว่าผู้ป่วยจาก CLMV ยังมีแนวโน้มเติบโตโดยเฉพาะ เมียนมา ส่งผลให้สัดส่วนผู้ป่วยไทยต่อผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ระดับ 74:26 (vs. 72:28 ใน 3Q69)
กำไรหลัก 9M69E คิดเป็น 71% ของประมาณการทั้งปี
สำหรับ 9M69E เราคาดการณ์กำไรหลักที่ 596 ลบ. (-1.6% y-y) คิดเป็น 71% ของประมาณการกำไรหลักทั้งปี 2569E ที่ 840 ลบ. และเพื่อให้เป็นไปตามประมาณการกำไรที่เราคาดทั้งปี บริษัทต้องสร้างการเติบโตของกำไรในครึ่งปีหลังเฉลี่ยที่ 7.0% y-y หรือ 3Q69E ที่ 1.7% y-y และใน 4Q69E ที่ 12.4% y-y โดยเราเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่จะหนุนผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีจะมาจาก การกลับมารับบริการของผู้ป่วยที่เลื่อนการรักษาจากสถานการณ์อุทกภัย การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ และการรักษาระดับอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง
คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 24.00 บาทต่อหุ้น
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 24.00 บาทต่อหุ้น ตามแนวโน้มผลประกอบการ 3Q69E จากการฟื้นตัวของกำไรจากไตรมาสก่อนหน้า โดยแรงสนับสนุนจากผู้ป่วยไทยประกอบกับความสามารถในการบริหารต้นทุน และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ความต่อเนื่องของการปรับตัวของ GPM และ EBITDA Margin และความคืบหน้าการขยาย ICU และ CCU ซึ่งเลื่อนไปต้นปีหน้า







