บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แบบครบวงจร

ตลาดสหรัฐฯ กดดันจากผลประกอบการและเงินเฟ้อ จับตา Rotation สู่หุ้นใหญ่ไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ

สรุปภาพรวมตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 300 จุด เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง Alphabet และ Caterpillar นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังถูกกดดันจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ หลังจากดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เร่งตัวขึ้นในเดือน ก.ย.

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,342.56 จุด ลดลง 132.54 จุด หรือ -0.25% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,720.39 จุด ลดลง 23.59 จุด หรือ -0.30% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,184.73 จุด ลดลง 365.13 จุด หรือ -1.38%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.11 จุด เพิ่มขึ้น 4.97 จุด หรือ +0.77%

สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) หลังจากสื่อรายงานว่าสหรัฐอเมริกาพยายามรื้อฟื้นการเจรจากับอิหร่าน ซึ่งส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ตึงเครียดอาจคลี่คลายลงและลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 78 เซนต์ หรือ 0.76% ปิดที่ 102.00 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 44 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 114.88 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เร่งตัวขึ้นในเดือนก.ย. ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 20.20 ดอลลาร์ หรือ 0.50% ปิดที่ 4,031.40 ดอลลาร์/ออนซ์

SET Index

เรามองกรอบ SET Index 1,530-1,560 จุด เรามองว่ามีแนวโน้มที่นักลงทุนต่างชาติจะขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นไทยต่อไป เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทย ขณะเดียวกันเรามองว่ามีแนวโน้มที่จะเห็นเม็ดเงินหมุนเวียนออกจากกลุ่มอิเล็กโทรนิคส์ และกลุ่มปิโตรเคมี ไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจากการขยายตัวของ data centre

หุ้นแนะนำ

CREDIT

CREDIT ทำกำไรสุทธิ 1.24 พันล้านบาท (+22.3% yoy, +25.2% qoq) ใน 3Q26 ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเรา 22% เราปรับประมาณการ EPS ในปี FY26-28 ขึ้น 3.7-6.9% หลังปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อและ NIM  (Take profit: 24.60 / Stop loss: 24.00)

GLOBAL

GLOBAL ทำกำไรสุทธิ 551 ล้านบาท (+40.5% yoy, -42.3% qoq) ใน 3Q26 ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเรา 34% และสูงกว่า Bloomberg consensus 11% เรายังแนะนำ “ซื้อ” เพราะ GLOBAL มีแนวโน้มทำกำไรแข็งแกร่ง และปรับประมาณการ EPS ขึ้น 8.8-14.0% ในปี FY26-28
(Take profit: 7.35 / Stop loss: 7.05)

#CGSInternational
#CGSI

- Advertisement -