ตลาดกดดันจากงบหุ้น Tech ที่ผิดคาด และตัวเลขที่แข็งแกร่ง
ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลง โดยปิดลบ 21.50 จุด ที่ระดับ 1,544.60 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.8 หมื่นลบ. โดยเผชิญแรงขายจากหุ้น DELTA หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี และหุ้นกลุ่มโรงกลั่น โดยสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 1.2 และ 2.8 พันลบ. ตามลำดับ (ต่างชาติ Short สุทธิ Index Futures 2.2 หมื่นสัญญา)
แนวโน้มตลาดวันนี้: เราคาด SET Index มีโอกาสปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 1535-1530 จุด แล้วอาจรีบาวด์กลับ โดยภาพลบตอบรับจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียที่เป็นลบ สืบเนื่องมาจากหุ้นเทคขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Intel และ Amazon ที่งบออกมากำไรโตลดลง รวมถึงตัวเลข PCE ที่ออกมา 0.3% ตามคาด แต่ตัวเลข GDP นั้นสูงกว่าคาด สะท้อนโอกาสให้ FED อาจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อต่อ นอกจากนี้คาดว่าราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการทยอยคาดการณ์และประกาศกำไร 3Q26 ของบจ. โดยสำหรับไทย เราคาดกำไรชะลอตัว q-q แต่ยังเติบโต y-y และค่อนข้างมีความผสมผสาน ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้น Selective Buy ในหุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง รวมถึงมี Earnings Outlook และ Guidance เชิงบวก โดยวันนี้จะมีการประกาศงบ PTTEP
กลยุทธ์ : Selective Buy เน้นหุ้นกำไร 3Q26 แข็งแกร่ง // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ต.ค. : BBL, BCH, CBG, DELTA, STA
FSSIA Portfolio: BA, BBL, BTG, CPALL, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR
หุ้นเด่นวันนี้ : TU
- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14.20 บาท
- กำไรของ ITC ที่ออกมาดี เป็นแรงส่งให้กำไรของ TU ไม่น่าผิดคาด แม้ว่าค่าใช้จ่ายใน 3Q26 จะสูงทั้งค่าขนส่ง ค่าที่ปรึกษาของ ITC และค่ากฎหมาย แต่หักล้างด้วยรายได้ที่ยังโตทั้ง Ambient และ Pet food
- แนวโน้มกำไรหลัก 4Q26 ทรงถึงปรับลง q-q เพราะต้นทุนปลาสูงขึ้นเรายังคาดกำไรปี 2025 +3.7% ปี 2026 +5.4% หากราคาปลาปรับลง จะเป็น upside
- แนวรับ 12.80//12.50 บาท แนวต้าน 13.50//14.10 บาท
ประเด็นสำคัญวันนี้ :
(+) ITC กำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 756 ลบ. -10% q-q, -7% y-y แต่กำไรปกติแข็งแกร่งที่ 836 ลบ. +15% q-q, +6% y-y จากยอดขายอเมริกาและยุโรปเติบโตดี คาดกำไร 4Q26 สูงสุดของปีจาก High season และกำไรปี 2026-27 โต 11% และ 20% ตามลำดับ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 22 บาท
(+) COM7 คาดกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องใน 3Q-4Q26 หนุนจากยอดขาย iPhone และธุรกิจ Ufund และ iCare ที่เติบโตแข็งแกร่ง คาดกำไรปี 2026-27 โต 30.7% และ 10.7% y-y ตามลำดับ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026-28 ขึ้น 9-11% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 38 บาท
(+) WHA แนวโน้มกำไร 3Q26 เติบโตแข็งแรงขับเคลื่อนโดยธุรกิจที่ดิน จากการโอนที่ดินได้มากขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจที่ดินดีขึ้น ความต้องการที่สูงในกลุ่ม Data centers เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นแรงหนุนยอดขายที่ดินใน 4Q26 ปรับคำแนะนำเป็น ”ซื้อ” ราคาเป้าหมายคงเดิม 5.50 บาท
(+) PSL คาดกำไรปกติ 3Q26 ที่ 588 ลบ. +18% q-q, +123% y-y หนุนจากค่าระวางเรือที่สูงขึ้นและการขยายกองเรือ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 16% เป็น 1.5พันลบ. +196% y-y และเพิ่มประมาณการปี 2027-28 อีก 4-8% จากกองเรือที่ใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพดีขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 11 บาท
(0) MOSHI คาดกำไร 3Q26 ที่ 150 ลบ. -7.2% q-q แต่ +9.5% y-y จากยอดขาย และ SSSG ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง แม้มีแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น คาดกำไร 4Q26 ฟื้นตัวเด่น จาก High season การเปิดสาขาใหม่ และการออกสินค้าใหม่ ต่อเนื่อง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 45 บาท
(0) MINT คาดกำไรปกติ 3Q26 ที่ 2.88 พันลบ. -18% q-q, +4% y-y หนุนจากรายได้โรงแรมและธุรกิจอาหารฟื้นตัว คาดกำไร 4Q26 เติบโตทั้ง q-q และ y-y จาก High season และปี 2027 โต 13% จาก RevPAR ที่เพิ่มขึ้น การควบคุมต้นทุน และการลดภาระหนี้ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท
(-) ตลาดดาวโจนส์ปิดลบ โดย Dow Jones ปิดที่ 52,342.56 จุด ลดลง 132.54 จุด หรือ -0.25% ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 7,720.39 จุด ลดลง 23.59 จุด หรือ -0.30% และ Nasdaq ปิดที่ 26,184.73 จุด ลดลง 365.13 จุด หรือ -1.38% หลังนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการและกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯ
(+) ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก โดย STOXX 600 เพิ่มขึ้น 4.97 จุด หรือ 0.77% ปิดที่ 649.11 จุด หลังผลประกอบการบริษัทแข็งแกร่งและ ECB คงอัตราดอกเบี้ย
(-) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลดลงเมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) และดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 300 จุด เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง Alphabet และ Caterpillar นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังถูกกดดันจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ หลังจากดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เร่งตัวขึ้นในเดือนก.ย.
(+) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดย Current อยู่ที่ 33.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ Previous ที่ 33.76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 0.12%
(-) ราคาน้ำมันดิบลดลง 0.44 ดอลลาร์ หรือ 0.38% ปิดที่ 114.88 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสหรัฐฯ พยายามรื้อฟื้นการเจรจากับอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
(-) ราคาทองคำ COMEX ลดลง 20.20 ดอลลาร์ หรือ 0.50% ปิดที่ 4,031.40 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังดัชนี PCE ของสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้นและเพิ่มความกังวลว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย









