บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

แกว่งลงต่อ… หุ้นโลกอยู่ในช่วง risk-off ชัดเจน

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยร่วงแรงกว่าที่เราประเมินค่อนข้างมาก… ดัชนีฯ ปิดลบ 1.37% เนื่องจาก i) หุ้นใหญ่สุดในตลาดฯ ได้แก่ DELTA* ยังร่วงอีก -4.74% (ตัวถดถอยดัชนีฯ -11.0 จุด) เพราะนักลงทุนยังไม่มีความมั่นใจต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการฯ หลังจากบริษัทรายงานงบฯ ไตรมาส 3/2569 ต่ำกว่าที่คาดค่อนข้างมาก ii) หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่น เผชิญแรงขายค่อนข้างแรง ทั้งจากรายละเอียดของการ JV ระหว่าง PTTGC* และ SCGC ไม่ชัดเจนนัก ผนวกกับหุ้นโรงกลั่นถูกถ่วงจากการเข้าแทรกแซงของภาครัฐฯ (มติปรับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ)

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันศุกร์ แกว่งลงต่อ อาจมีรีบาวด์บ้างแต่ภาพใหญ่ยังมีแรงกดดันจากฟันด์โฟลว์พลิกมาขาย… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ i) ฟันด์โฟลว์ต่างชาติเป็นลบในระยะสั้น ทั้งจากความกังวลต่อสถานการณ์ในกลุ่มเทคโนโลยี วางงบลงทุน (CAPEX) ในระดับสูงจะสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้คุ้มค่าหรือไม่ นอกจากนี้ ช่วงต้นเดือน พ.ย. จะมีการจองหุ้น IPO ของ Anthropic มูลค่าระดมทุน 1 แสนล้านดอลลาร์ฯ น่าจะส่งผลให้สภาพคล่องตึงในช่วงสั้น ii) นักลงทุนยังรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า

ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่มีนัยต่อตลาดนั้น… บ่ายวันนี้ ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไทย ก.ย. จากทาง ธปท. ซึ่งคาดว่าดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) น่าจะเติบโตแข็งแกร่ง เป็นนัยบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมทั้งธีมหุ้นเชื่อมโยงการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งน่าจะมีรายละเอียดของหลักเกณฑ์ต่างๆ เร็วๆ นี้

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งงบดี AWC* / รับวัฏจักรการลงทุนใหม่ KTB* WHA*

AWC (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท)* 1) ประเมินแนวโน้มกำไร 3Q-4Q เด่น ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 451 ล้านบาท (+53% YoY +94% QoQ) คาดกำไรดีต่อเนื่องใน 4Q69 จาก RevPAR ที่ปรับสูงขึ้น และยอดจองล่วงหน้าใน 4Q69 ที่โต >20% YoY (High season + Event ใหญ่ เช่น การประชุม IMF-World bank และ Tomorrowland) … นอกจากนี้การเตรียมออกกอง AWR REIT จะช่วยปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์และเตรียมเงินลงทุนขยายธุรกิจโรงแรมต่อ 2) ประเมินราคาหุ้นแนวโน้ม Sideway up แนวรับ 3.12 บาท / แนวต้าน 3.24 – 3.34 บาท กรณีผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-3.4 บาท (Stop loss 3.02 บาท)

KTB (เป้าพื้นฐาน 50 บาท)* 1) ประเมินวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่หนุนการโตของสินเชื่อ เราประเมินการลงทุนเอกชนที่เติบโต จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ โดยล่าสุดคาดบอร์ด Data center เตรียมเสนอหลักการกฎเกณฑ์ที่ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า นอกจากนี้ล่าสุดนโยบายกระตุ้นภาคอสังหาฯ โดยการให้ ธปท.-บสย. ช่วยค้ำประกันลดปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อ จะช่วยหนุนยอดการปล่อยสินเชื่อในอีกทาง 2) Valuation ยังมี Upside คาดปันผลที่เหลือของปีนี้อีก 2.25 บาท/หุ้น (Dividend yield 5%) 3) ประเมินราคาหุ้น Sideway up ประเมินแนวรับ 43.5 บาท / แนวต้าน 45 – 46 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 48 บาท (Stop loss 43 บาท)

WHA (เป้าพื้นฐาน 5.95 บาท)* 1) ประเมิน Sentiment บวกจากความคืบหน้าเกณฑ์ Data center ล่าสุดบอร์ด Data center จะนำเสนอหลักการกฎเกณฑ์เข้าที่ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า คาดจะเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมฯ (คาดมีการกำหนดโซนนิ่ง) ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯคาดแนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวเด่นใน 4Q69 และเป็นจุด Peak ของปี … ทั้งนี้ Consensus ทยอย Preview คาดการณ์กำไร 3Q69 +/- 900 ล้านบาท โตเด่นทั้ง +37% YoY +42% QoQ ดีกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้า 2) Valuation ยังไม่แพง Forward PE จะลดลงเหลือ +/- 14 เท่าบนประมาณการฯปีหน้า จาก +/- 18 เท่าปีนี้ (คาดกำไรโต +25% YoY) Dividend yield 4.2% 3) ประเมินรูปแบบฟื้นตัว หลังพักฐาน ประเมินแนวรับ 4.92 บาท / แนวต้าน 5.0 – 5.1 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.25 บาท (Stop loss 4.76 บาท)

หุ้นมีข่าว

(+) PTTGC* ร่วมทุน SCGC ผงาด TOP 10 ปิโตรเคมีโลก (ข่าวหุ้น) ควบ ‘ธุรกิจโอเลฟินส์’ ปั้นมาบตาพุดสู่ ‘ฮับอาเซียน’ PTTGC*-SCGC ตั้งบริษัทร่วมทุน ดันกำลังผลิตโอเลฟินส์ 7.1 ล้านตันต่อปี ทะยานสู่ 1 ใน 10 ผู้ผลิตโพลิโอเลฟินส์รายใหญ่ของโลก ปั้นมาบตาพุดฮับปิโตรเคมีอาเซียน สร้างผลประโยชน์ร่วม 6,800 ล้านบาทต่อปี โบรกฯ ชี้อัพไซด์จากการควบรวม SCC* กำไรเต็มปีเพิ่ม 8-11% มูลค่าหุ้นเพิ่ม 15-20 บาท ดันราคาเหมาะสม 300 บาท PTTGC* กำไรเพิ่ม 12-16% อัพมูลค่าหุ้น 5-7 บาท ราคาเหมาะสม 57 บาท ประเมิน SCC* ลดภาระหนี้ได้ 30,000-35,000 ล้านบาท D/E ต่ำเพียง 0.26 เท่า เสริมฐานะการเงินแกร่ง รองรับการเติบโตระยะยาว “ธรรมศักดิ์” มั่นใจปีนี้ EBITDA แแตะ 6 หมื่นล้านบาท

(+ กลุ่มธนาคารฯ +กลุ่มอสังหาฯ) ‘เอกนิติ’ ปั๊มธุรกิจอสังหาฯ ดึง ‘ธปท.-บสย.’ แก้รีเจกต์ (ข่าวหุ้น) “เอกนิติ” ย้ำอสังหาริมทรัพย์เป็นเครื่องยนต์สะท้อนเศรษฐกิจดันทุกมาตรการ ทั้งลดค่าโอน-จดจำนอง-บ้านคนละหลัง พลัส หวังดันยอดโอนพุ่ง 17% สินเชื่อโต 12% ผนึก ธปท.-บสย.ค้ำประกัน แก้โจทย์ปฏิเสธสินเชื่อ และค้ำผู้รับเหมาแก้ปัญหาทิ้งงาน

(- กลุ่ม Non-bank) ‘ผู้ว่าธปท.’ วางแผนปี 70 รื้อใหญ่กำกับ ‘นอนแบงก์’ (ทันหุ้น) ผู้ว่าธปท. เปิดยุทธศาสตร์ ปี 2570 มุ่งใช้นโยบายการเงิน “รักษาเสถียรภาพราคา-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ” เดินหน้าลุยแก้หนี้ครัวเรือน-หนุนสินเชื่อเอสเอ็มอีผ่านนโยบายกำกับสถาบันการเงิน ตัดวงจรทุนเทา-ฟอกเงิน เล็งห้ามใช้เงินสดซื้อ “วิลล่า-รถหรู” พร้อมรื้อโครงสร้างกำกับ “นอนแบงก์” 3 พันราย ระบุทิศทางดอกเบี้ยนโยบายจะให้น้ำหนักปัจจัยในประเทศ

(+) BTG* บุกอาหารสัตว์เลี้ยงโลก ชูกลยุทธ์สินค้าพรีเมียม-บริการ OEM ครบวงจร (ข่าวหุ้น) BTG* ยกระดับธุรกิจสัตว์เลี้ยงสู่ตลาดโลกผ่านเวทีนานาชาติ หวังเป็นสปริงบอร์ดเปิดตลาดใหม่ ชูกลยุทธ์สินค้าพรีเมียมและบริการ OEM ครบวงจร มุ่งขยายเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

(+) STA* เปิดสารพัดปัจจัย ซัพพลายยางโลกตึงตัว (ทันหุ้น) STA* ชี้ราคายางทรงตัวสูงจากอุปทานโลกตึงตัว ผลผลิตอินโดนีเซียลดลงต่อเนื่อง คาดปี 2569 เหลือ 1.5-1.9 ล้านตัน จาก 3.5 ล้านตัน เกษตรกรหันปลูกปาล์ม ขณะที่ดีมานด์โลกยังโต ชูจุดเด่นห่วงโซ่ธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ช่วยบริหารวัตถุดิบ ต้นทุน รับมือความผันผวนราคาได้ดี ลุ้นยุโรปไม่เลื่อน EUDR

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • โรงไฟฟ้า + Data center: ASEFA (Trailing stop 7.05 บาท) BGRIM* (Stop loss 18.7 บาท) GPSC* (Stop loss 49 บาท) GULF* (Stop loss 60.25 บาท)
  • กลุ่มธนาคารฯ ปันผลดี (Defensive yield): KKP* (Stop loss 114.5 บาท)
  • ท่องเที่ยว: AWC* (Stop loss 3.02 บาท) ERW* (Stop loss 3.5 บาท) AOT* (Stop loss 59.5 บาท)
  • หุ้นรับงบฯ 3Q:ITC (Stop loss 16.8 บาท) BTG* (Stop loss 20.7 บาท) NER (Stop loss 4.64 บาท) GLOBAL* (Stop loss 6.75 บาท) HANA* (Stop loss 46.75 บาท)
  • Stop loss / Trailing stop: EPG* (แนะนำ 7 ต.ค.) PTTGC* (แนะนำ 26 ต.ค.) ADVICE (แนะนำ 5 ต.ค.) BEM* (แนะนำ 14 ต.ค.)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • AWC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติ 3Q69 = 451 ล้านบาท (+53% YoY +94% QoQ) จาก RevPAR โรงแรมที่เติบโต +25% YoY อัตรากำไรที่ขยายตัว และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง แนวโน้มกำไร 4Q69 คาดเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง จากยอดจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่ง (+20% YoY) ความต้องการเข้า High season และงานอีเวนต์สำคัญ ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงประมาณการฯ และคำแนะนำ “ซื้อ”
  • MINT แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 30 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติ 3Q69 = 2.88 พันล้านบาท (+4% YoY) จาก RevPAR ที่เติบโตดีในตลาดหลัก และ SSSG ธุรกิจอาหารที่ดีขึ้น แนวโน้มกำไร 4Q69 คาดฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ จากยอดจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่งขึ้นของธุรกิจโรงแรม และธุรกิจอาหารที่ปรับตัวดีขึ้น ระยะต่อไปการขายสินทรัพย์ในยุโรปใน 1H70 จะเร่งการลดภาระหนี้ ยังคงประมาณการฯและคงคำแนะนำ “ซื้อ”
  • กลุ่มโรงแรม น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติโดยรวมของกลุ่มฯใน 3Q69 จะโต YoY จาก RevPARโรงแรมที่แข็งแกร่งขึ้น RevPAR ที่ดีขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยกลุ่มที่เน้นตลาดไทยนำการเติบโต ได้แก่ ERW* +108% YoY, AWC* +53% YoY และ CENTEL* +39% YoY แนวโน้มกำไร 4Q69 คาดฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ หุ้นเด่นเลือก ERW* AWC* CENTEL*
  • GULF แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 75 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 8.9 พันล้านบาท (+23% YoY -28% QoQ) โดยคาดกำไรชะลอลง QoQ เพราะถูกกดดันจากอัตรากำไร SPP ที่อ่อนแอลง และเงินปันผลจาก KBANK* ที่ลดลง อย่างไรก็ดีระยะยาวมี Upside จากความต้องการ Data center ที่แฝงอยู่ 2-3GW กำลังการผลิตที่พร้อมรองรับ Direct PPA 3-4GW และ PDP2026 โดยความชัดเจนด้านกฎระเบียบเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกมูลค่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้ฝ่ายวิจัยฯ จะปรับประมาณการฯขึ้น แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 75 บาท (เดิม 78 บาท) จากการปรับสมมติฐานราคาเป้าหมายหุ้น ADVANC* ไปก่อนหน้านี้ (2 ต.ค.)
  • SCC แนะนำเป็น “ถือ” เป้าพื้นฐาน 280 บาท* จากการประชุมนักวิเคราะห์ ฝ่ายวิจัยฯ ปรับลดประมาณการฯกำไร และลด EV/EBITDA ธุรกิจเคมิคอลเหลือ 8 เท่า (เดิม 11 เท่า) ได้ราคาเป้าหมายใหม่ 280 บาท (เดิม 305 บาท) ทั้งนี้การร่วมทุน SCGC–PTTGC* ตั้งเป้า Synergy benefit 5.1-6.8 พันล้านบาทต่อปี แต่จะทยอยเกิดขึ้น โดยปีแรกได้เพียง 20-30% ของเป้าหมาย และจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตั้งแต่ปี 71 แต่ปัจจัยพื้นฐานปิโตรเคมีที่ชะลอลงและผลของ Synergy benefit จะยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น
- Advertisement -