แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
เทรดไซด์เวย์… แรงถ่วงจากหุ้นน้ำมัน VS แรงส่งจากธีมในประเทศ
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อ (เป็นไปตามที่เราประเมิน)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.75% เนื่องจาก i) หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ตัวใหญ่อย่าง DELTA* (-1.72%) ยังเผชิญแรงกดดันจากการร่วงแรงของหุ้น technology ทั่วโลก รวมทั้งประเด็นกังวลจากแผนลงทุนของ Delta Taiwan ไปยังประเทศมาเลเซีย ii) หุ้นกลุ่มพลังงานแกว่งลงต่อในช่วงบ่าย หลังจากราคาน้ำมันดิบฟิวเจอร์สลงแรง รับข่าวว่าสหรัฐฯ แจ้งประเทศพันธมิตรต่างๆ ว่าจะให้เวลากับอิหร่านมากขึ้นในการพิจารณาดีลสันติภาพ
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันอังคาร เทรดไซด์เวย์… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เทรดผสมผสาน บางดัชนีฯ บวก / บางดัชนีฯ ลบ โดยหุ้น technology ยังปรับลงต่อ นักลงทุนติดตามการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 และ guidance ด้านงบลงทุนของบริษัท ii) ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วง 6.40% ทั้งจากข่าวที่ระบุไปในย่อหน้าแรก ผนวกกับข่าวว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ให้อำนาจกับประธานาธิบดีมากขึ้น ในการเจรจากับฝั่งสหรัฐฯ
ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่น่าติดตามนั้น… i) คืนวันนี้ตามเวลาบ้านเรา สหรัฐฯ จะจัดการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่ง consensus ขณะนี้ มองว่าพรรคเดโมแครตจะชนะเลือกตั้งทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา แต่เรามองว่า ผลกระทบต่อการเมืองสหรัฐฯ และอำนาจการสั่งการของ Trump น่าจะมีไม่มาก (อ่านเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์กลยุทธ์ เช้านี้) ii) การประชุม ครม. วันนี้ มีวาระสำคัญเกี่ยวกับการเสนอ ร่างนโยบายการกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ 0.5MW ขึ้นไป แบ่งออกเป็น 7 ระดับ
หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งงบดี + ธีม Anti-oil EPG* EGCO* BTG*
EPG* (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) 1) ประเมิน FY2Q70 (ก.ค.-ก.ย.) กำไรโตเด่น YoY Consensus คาดกำไร FY2Q70 เฉลี่ย 447.5 ล้านบาท (+42% YoY +1% QoQ) ขณะที่เราประเมิน Catalyst บวกจาก i) ความคืบหน้ากฎเกณฑ์ Data center เร็วๆนี้ (หนุนรายได้ฉนวนฯ) ii) โครงการรถเก่าและรถกระบะใหม่ (หนุนรายได้ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์) และ iii) ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงแรง หนุน Sentiment บวกต่อ EPG* (ต้นทุนเม็ดพลาสติกลง) 2) ประเมิน Valuation ไม่แพง Forward PE 11.2 เท่า Dividend yield 4% ต่อปี 3) ราคาหุ้นพักฐานในกรอบ Sideway บริเวณแนวรับ มีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 6.0 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.4 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 6.75 บาท (Stop loss 5.9 บาท)
EGCO* (เป้าพื้นฐาน 145 บาท) 1) คาดกำไร 3Q69 โตดี YoY QoQ ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 2.5 พันล้านบาท (Turnaround YoY +281% QoQ) ขณะที่คาดความคืบหน้ากฎเกณฑ์ Data center เร็วๆนี้ จะปลดล็อคการลงทุนโรงไฟฟ้า Direct PPA สำหรับ Data center ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลงแรง หนุน Sentiment ต้นทุนก๊าซลดลง 2) Valuation ไม่แพง Forward PE ปีหน้า 16.3 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 18.5 เท่า) Dividend yield 5% 3) ประเมินราคาหุ้น Sideway up ประเมินแนวรับ 129.5 บาท / แนวต้าน 132 – 134 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-136 บาท (Stop loss 128 บาท)
BTG* (เป้าพื้นฐาน 25.4 บาท) 1) ประเมินกำไร 3Q-4Q ดี + ราคาหมูในประเทศเริ่มฟื้นตัว ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 1.3 พันล้านบาท (+15% YoY +125% QoQ) จากราคาเนื้อหมู + ไก่ที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ล่าสุดราคาเนื้อหมูในประเทศเริ่มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง หลังจากที่ราคาปรับลดลงตั้งแต่อุปสงค์ลดลงชั่วคราวจากเหตุการณ์น้ำท่วม + เทศกาลกินเจ คาดแนวโน้มกำไร 4Q69 ยังดีต่อเนื่อง ล่าสุดราคาข้าวโพด ถั่วเหลือง ตลาดสหรัฐฯปรับลดลงแรงต่อเนื่องเป็น Sentiment บวกต่อทิศทางต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ 2) Valuation ไม่แพง ยังมี Upside Forward PE 9.4 เท่า Dividend yield 3.2% 3) ประเมินรูปแบบราคาฟื้นตัว ทดสอบกรอบแนวต้าน มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ ประเมินแนวรับ 21.4 บาท / แนวต้าน 22.0 – 22.2 บาท กรณีผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-23 บาท (Stop loss 20.9 บาท)
หุ้นมีข่าว
(+) ‘ยางพารา’ นิวไฮรอบ 10 ปี! ดัน 3 แพ็กเกจปลูกเที่ยวไทย (ข่าวหุ้น) รัฐแจง 4 ปัจจัยหลัก ทั้งเกษตรกรหยุดขยายพื้นที่ปลูก อินโดนีเซียประสบปัญหาโรคระบาดยาง เกษตรกรหันปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น กฎตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป ส่งผลอุปทานยางพาราโลกตึงตัว ดันราคายางไทยเป็นขาขึ้นพุ่งสูงสุดรอบ 10 ปี ทำ 3 หุ้น NER-STA*-TEGH รับประโยชน์เต็ม ๆ แถมพ่วงรัฐบาลออกมาตรการเร่งกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 ดัน 3 โครงการจูงใจนักเที่ยว โบรกฯ มองบวก AWC*-ERW*-CENTEL*-CPALL*-AOT*-AAV*-BA*
(+) SAMART สมาร์ทมิเตอร์พุ่ง สิ้นปีแบ็กล็อกชน 2 หมื่นล. (ทันหุ้น) SAMART รับอานิสงส์ ครม. ไฟเขียวลุยการพัฒนาระบบสมาร์ทมิเตอร์ ชี้เป็นโอกาสรับงานใหม่เพียบ จัดทัพชิงโครงการเพิ่ม 1 หมื่นล้านบาท ปั๊มแบ็กล็อกเพิ่ม จากเดิมราว 1.6 หมื่นล้านบาท กินยาวไปอีก 3 ปี วางหมากดันงานในมือสิ้นปีแตะ 2 หมื่นล้านบาท ดีลซัพพลายเออร์ล็อกราคาอุปกรณ์ คุมต้นทุน-เพิ่มความสามารถการแข่งขัน ศึกษาสร้างเครื่องยนต์ปั๊มรายได้ใหม่ Humanoid Robotics
(+ กลุ่มยานยนต์ SAT AH EPG*) ชงรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ สรรพสามิตของบ 6 พันล้าน อุดหนุน 4 หมื่น/คัน (ข่าวหุ้น) สรรพสามิต ดันโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ ชงขอใช้วงเงิน 6 พันล้านบาทจาก พ.ร.ก.เปลี่ยนผ่านพลังงานก้อนสอง วงเงิน 2 แสนล้านบาท หวังแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และฝุ่น PM 2.5
(+) GULF* เข้าเทก WAC เดินหน้าไฟขยะอุตฯ (ข่าวหุ้น) GULF* ลงทุน 400 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น “เวสต์ แอ๊บโซลูท” ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการบำบัดและกำจัดของเสีย ปูทางการจัดหาและคัดเลือกขยะอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้กับโครงการ SRF ทั้ง 12 แห่ง กำลังผลิตรวม 96 เมกะวัตต์ เล็ง COD ปี’70
(+) PTTEP* เซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ เพิ่มพอร์ตลงทุนมาเลเซีย ลุยพัฒนาแหล่งลังเลอบาห์-บี14 (ข่าวหุ้น) ปตท.สผ. จับมือพันธมิตรลงนามสัญญาเพิ่มศักยภาพการพัฒนาแหล่งเอสเค410บี ลัง เลอบาห์ และบี14 เสริมแกร่งการดำเนินธุรกิจในมาเลเซีย คาดมีปริมาณทรัพยากรปิโตรเลียมรวมกันกว่า 6.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หนุนปัจจุบันมีการลงทุนในมาเลเซีย ทั้งระยะการผลิต การพัฒนา และการสำรวจปิโตรเลียม กว่า 11 โครงการ
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
- โรงไฟฟ้า + Data center: BGRIM* (Stop loss 18.7 บาท) GPSC* (Stop loss 49 บาท) GULF* (Stop loss 60.25 บาท) WHA* (Stop loss 4.76 บาท)
- กลุ่มธนาคารฯ ปันผลดี (Defensive yield): KTB* (Stop loss 43 บาท)
- ท่องเที่ยว: AWC* (Stop loss 3.1 บาท) ERW* (Stop loss 3.5 บาท) AOT* (Stop loss 59.5 บาท)
- หุ้นรับงบฯ 3Q-4Q: ITC (Stop loss 16.8 บาท) GLOBAL* (Stop loss 6.75 บาท)
- Stop loss / Trailing stop: KKP* (แนะนำ 20 ต.ค.)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
- TRUE* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 15.2 บาท รายงานกำไรสุทธิ 3Q69 = 6.7 พันล้านบาท (+324% YoY) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกำไรปกติ = 6.8 พันล้านบาท (+49% YoY) เป็นไปตามคาด ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติจะทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q69 จากยอดขายโทรศัพท์มือถือตามฤดูกาลและรายได้จากการให้บริการที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างระยะยาวคือ Direct-to-Device (D2D) หรือการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากดาวเทียม แต่ระยะสั้นประเมินกฎเกณฑ์ต่างๆของไทยยังจำกัดความเสี่ยงนี้ ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
- AMATA* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 34 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 3Q69 = 864 ล้านบาท (-24% YoY -45% QoQ) โดยคาดการโอนที่ดินลดลงราว -10% QoQ ขณะที่ยอดขายที่ดินยังชะลอ ทำให้ยอดขาย 9M69 = 605 ไร่ (-39% YoY) และ Backlog ลด 10% QoQ เป็น 16.5 พันล้านบาท ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯลง ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 34 บาท (เดิม 37 บาท) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมิน Catalyst สำคัญคือการปลดล็อกหลักเกณฑ์ลงทุน Data center และยอดขอ BOI ที่ยังแข็งแกร่ง
- PTG* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 8.0 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 69 ล้านบาท (-66% YoY -6% QoQ) ต่ำกว่าทั้งตลาดและประมาณการเดิมของฝ่ายวิจัยฯ ทั้ง YoY และ QoQ ลดลงจากปริมาณขายน้ำมันที่คาดลดเหลือ 1,438 ล้านลิตร (-10% YoY ทรงตัว QoQ) ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯเลื่อนปีฐานเป้าพื้นฐานเป็นปีหน้า และคงเป้าหมายที่ 8 บาท คาดราคาหุ้นจากความกังวลต่อโครงสร้างราคาน้ำมันไทยที่ปรับใหม่ ซึ่งตัดต้นทุนแฝงต่างๆ ออกจากราคาน้ำมันอ้างอิงในประเทศ ยังคงคำแนะนำเพียง “ถือ”









