ราคาน้ำมันร่วงแรงกว่า 7% หลังมีสัญญาณการเจรจาสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงาน (กดดันกลุ่มพลังงานไทย) ขณะที่หุ้นเทคโนโลยียังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,500-1,520 จุด หุ้นแนะนำ TRUE, BDMS
Investment Strategy
สรุปภาพรวมตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (2 พ.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนติดตามการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ Fed
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,983.98 จุด เพิ่มขึ้น 213.67 จุด หรือ +0.41% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,541.40 จุด ลดลง 38.67 จุด หรือ -0.51% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,164.32 จุด ลดลง 272.68 จุด หรือ -1.07%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก
จากความหวังว่าการเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านอาจมีความคืบหน้า ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 649.44 จุด เพิ่มขึ้น 2.69 จุด หรือ +0.42%
สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กร่วงลงกว่า 7% ในวันจันทร์ (2 พ.ย.) หลังมีรายงานว่าอิหร่านส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันโลก
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 7.66 ดอลลาร์ หรือ 7.36% ปิดที่ 96.46 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 8.66 ดอลลาร์ หรือ 7.63% ปิดที่ 104.77 ดอลลาร์/บาร์เรล
ด้านสัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 70.70 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ปิดที่ 3,969.60 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต
SET Index
เรามองกรอบ SET Index ที่ 1,500-1,520 จุด ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจาก
• การปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลก
• ความกังวลต่อการลงทุนใน AI หลังผลประกอบการบางบริษัทต่ำกว่าคาด
• ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงแรง ซึ่งกดดันต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น
ขณะที่นักลงทุนติดตาม
• การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
• ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls)
• แนวโน้มการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของ Fedหุ้นแนะนำ
TRUE
กำไรสุทธิ 3Q26 อยู่ที่ 6.67 พันล้านบาท ขณะที่กำไรปกติ (Core Net Profit) อยู่ที่ 7.15 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.7% yoy และ 5.8% qoq สูงกว่าประมาณการ 3Q26F ของเรา 5% เราปรับเพิ่มประมาณการ EPS ปี FY26F ขึ้น 9.8% จากยอดขายผลิตภัณฑ์ที่สูงกว่าคาด และ EBITDA Margin ที่แข็งแกร่ง TRUE ยังคงได้รับประโยชน์จากการ Synergy หลังการควบรวมกิจการ และการเติบโตของรายได้บริการ (Take profit: 13.20 / Stop loss: 12.50)
BDMS
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q26 จะอยู่ที่ 4,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% yoy และ 45% qoq โดยได้รับแรงหนุนจาก
• จำนวนผู้ป่วยชาวไทยที่เพิ่มขึ้น
• จำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
• อัตราการครองเตียงที่สูงขึ้น
• การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น
BDMS ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้น Defensive ที่โดดเด่น ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวนสูง (Take profit: 19.90 / Stop loss: 19.20)









