KS Daily View 03.11.2026 >>> น้ำมันพักฐานแรง! รับความหวังสงครามคลี่คลาย จับตาผลเลือกตั้ง US ชี้ทิศทางลงทุน รอบ SET วันนี้ที่ 1,490-1,520 จุด นะนำ BGRIM, TASCO

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,507.20 ลดลง -11.39 จุด (-0.75%) แรงขายมากในกลุ่มพลังงาน, วัสดุก่อสร้าง และ อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 995 ลบ. โดยสำหรับวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,490-1,520 จุด จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มมีความหวังมากขึ้น ซึ่งล่าสุด ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ระบุว่า รัฐบาลได้รับอำนาจมากขึ้นในการเดินหน้าเจรจาสันติภาพ หลัง Axios รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลว่า พร้อมเปิดโอกาสให้การทูตมีเวลาดำเนินการมากขึ้น โดยรวมจากความคาดหวังบวกในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ย่อแรงกว่า -11% แม้ว่าอาจกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่ก็จะทำให้ตลาดผ่อนคลายประเด็นเงินเฟ้อในช่วงถัดไป รวมทั้งยังส่งผลให้ US Bond Yield ชะลอต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นแรงเก็งในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ส่วนประเด็นวันนี้แนะจับตาการเลือกตั้ง US Midterm Election โดยคาดจะรู้ผลวันที่ 4 พ.ย. สำหรับกลยุทธ์ระยะสั้น เน้นเก็งกำไรหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง และได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับฐานแรง โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ BGRIM, TASCO

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่าได้รับอำนาจเพิ่มจากผู้นำสูงสุดเพื่อเดินหน้าเจรจาสันติภาพ ช่วยลดความเสี่ยงการปะทะรอบใหม่และกดดันราคาน้ำมัน Brent ร่วงเกือบ 10% อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนต่างกันมาก โดยอิหร่านต้องการยกเลิกการปิดล้อมและคว่ำบาตร ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านยอมผ่อนปรนโครงการนิวเคลียร์ อย่างไรก็ดีถือเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อสายการบิน (BA) ขนส่ง โรงไฟฟ้า (BGRIM) และผู้ใช้พลังงานสูงจากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง แต่กดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP
  2. กระทรวงคมนาคมเตรียมกลั่นกรองและชะลอโครงการที่ไม่เร่งด่วนในแผนพัฒนาอีสานตอนบนมูลค่าเกือบ 4 แสนลบ. หลังฐานะการคลังตึงตัว พร้อมเสนอ ครม.สัญจรอนุมัติเงินกู้ 1.8 หมื่นลบ. เสริมสภาพคล่อง รฟท. ควบคู่ปรับโครงสร้างให้ SRTA บริหารสินทรัพย์สร้างรายได้ ส่วน รฟท. มุ่งพัฒนาและเพิ่มการใช้ประโยชน์จากระบบราง ถือเป็นลบต่อหุ้นรับเหมาก่อสร้างจากความเสี่ยงที่โครงการใหม่จะล่าช้า แต่เป็นบวกระยะยาวต่อกลุ่มขนส่งรางและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หากการบริหารสินทรัพย์ รฟท. มีประสิทธิภาพขึ้น
  3. การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย. จะกำหนดเสียงข้างมากในสภาคองเกรสและความคล่องตัวของทรัมป์ในการผลักดันนโยบาย America First หากรีพับลิกันรักษาทั้งสองสภาได้ นโยบายภาษีและการค้าจะเดินหน้าต่อเนื่อง แต่หากเดโมแครตพลิกคุมสภา จะเพิ่มแรงตรวจสอบและความเสี่ยงภาวะชะงักงันทางการเมือง โดยไม่ได้หมายความว่ามาตรการภาษีจะถูกยกเลิกทันที โดยรวมผลเลือกตั้งอาจเพิ่มความผันผวนในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มอิงการส่งออก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และยาง ซึ่งอ่อนไหวต่อทิศทางภาษีและการเจรจาการค้าไทย–สหรัฐฯ
  4. ISM Manufacturing PMI เดือน ต.ค. เพิ่มเป็น 55.5 สูงกว่าตลาดคาด จากการผลิตที่แข็งแกร่งสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2564 ขณะที่อุปสงค์และปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนในห่วงโซ่ AI–Data Center ยังสูง อย่างไรก็ตาม การจ้างงานชะลอและดัชนีราคาจ่ายลดลงเป็น 75.2 ทำให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์และ Data Center เช่น DELTA, HANA, KCE และกลุ่มนิคมฯ จากอุปสงค์โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังแข็งแกร่ง

Daily picks

BGRIM: ราคาพื้นฐาน 22.00 บาท

  • คาดกำไร 3Q69 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิ 846 ลบ. (+62% YoY, +25% QoQ) และกำไรปกติ 746 ลบ. จากรายได้และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น
  • รายได้โต แต่ต้นทุนก๊าซกดดันมาร์จิ้น คาดรายได้ 1.64 หมื่นลบ. (+23% YoY, +8% QoQ) จากยอดขายไฟและรายได้บริการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Pool Gas สูงขึ้นทำให้ GPM ลดลง 3ppt YoY
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22 บาท ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและการทยอย COD โครงการลม Nakwol พร้อมมีโอกาสที่กำไรปี 2569 จะสูงกว่าประมาณการ

TASCO: ราคาพื้นฐาน 18.50 บาท

  • คาดกำไรสุทธิ 3Q69 ที่ 414 ลบ. (+130% YoY, -2% QoQ) หนุนจากยอดขายและ GPM ที่ดีขึ้น แต่ถูกกดดันจากขาดทุน Hedging และ ECL
  • ปริมาณขายคาดเพิ่มเป็น 290,000 ตัน และส่วนต่างราคายางมะตอยแข็งแกร่ง จากการส่งออกเอเชียและภาวะอุปทานตึงตัว ขณะที่ 4Q69 ยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 18.50 บาท จากความต้องการยางมะตอยที่แข็งแกร่งและโอกาสเข้าถึงน้ำมันดิบเวเนซุเอลาในเงื่อนไขที่ดีขึ้น

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม., การเลือกตั้งกลางเทอม US, คำสั่งซื้อภาคโรงงานของ US ก.ย. คาดที่ 1.2%MoM, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน US เดือน ก.ย. คาดทรงตัวที่ 1.8%MoM และ การประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
  • วันพุธ ติดตามการจ้างงานภาคเอกชน US จาก ADP เดือน ต.ค. คาดเพิ่มขึ้น 6.7 หมื่นราย น้อยกว่า ก.ย. ที่ 9 หมื่นราย, PMI ภาคบริการของ ฆ เดือน ต.ค. คาดทรงตัวที่ 57.9 จุด, ISM ภาคบริการของ US ต.ค. คาดที่ 54.8 ลดลดงจาก 54.9 จุด และPMI ภาคบริการของยูโรโซน คาดทรงตัวที่ 51.7 จุด
  • วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีเงินเฟ้อไทย เดือน ต.ค. โดย CPI คาดที่ 3.3%YoY เพิ่มขึ้นจาก 2.82% ในเดือน ก.ย. และ Core CPI คาดที่ 1.6%YoY เพิ่มจาก 1.5% ในเดือน ก.ย., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US และดัชนี PPI ของยูโรโซน
  • วันศุกร์ ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, การจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน ต.ค. คาดเพิ่มขึ้น 6.5 หมื่นราย เร่งขึ้นจาก 2.9 หมื่นรายในเดือน ก.ย., อัตราการว่างงาน US คาดทรงตัวที่ 4.2% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US เดือน พ.ย. คาดที่ 48.0 จุด
- Advertisement -