DAILY FOCUS: SET ลุ้นรีบาวด์ตามตลาดโลก แต่ยังต้องระวังแรงขายบริเวณแนวต้าน
ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวขึ้น โดยปิดบวก +11.08 จุด ที่ระดับ 1,502.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.6 หมื่นลบ. โดยได้แรงหนุนจากการซื้อกลับหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่นำโดย DELTA กลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มธนาคาร ในขณะที่สถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 2.4 พันลบ. แต่นักลงทุนต่างชาติพลิกขายสุทธิ 1.8 พันลบ. (ต่างชาติ Short สุทธิ Index Futures 1.7 หมื่นสัญญา)
แนวโน้มตลาดวันนี้: เราคาด SET Index มีโอกาสรีบาวด์ฟื้นตัวต่อเนื่องจากวันก่อน ตามบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่กลับมารับปัจจัยบวก นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแรงในคืนที่ผ่านมา ขานรับผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่ปลดล็อกความกังวลของนักลงทุน ซึ่งพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากได้ทั้งสองสภา ส่งผลให้ตลาดคาดหวังว่าการเมืองสหรัฐจะถ่วงดุลอำนาจมากขึ้น สงครามทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแรง ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและหนุนให้ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงโดย SET มีแนวต้านถัดไปบริเวณ 1515 และ 1535 จุด ในขณะที่แนวรับสำหรับการย่อตัวระยะสั้นนั้นอยู่บริเวณ 1,485-1,490 จุด นอกจากนี้ยังต้องรอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งตลาดคาดการณ์เพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่ง จากเดือนก่อนที่ 29,000 ตำแหน่ง สะท้อนตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง เราคาดว่าราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการทยอยคาดการณ์และประกาศกำไร 3Q26 ของบจ. โดยสำหรับไทย เราคาดกำไรชะลอตัว q-q แต่ยังเติบโต y-y และค่อนข้างมีความผสมผสาน ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้น Selective Buy ในหุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง รวมถึงมี Earnings Outlook และ Guidance เชิงบวก
กลยุทธ์ : Selective Buy เน้นหุ้นกำไร 3Q26 แข็งแกร่ง // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน พ.ย. : BDMS, BTG, CPALL, CPN, ITC
FSSIA Portfolio: BA, BBL, BTG, CPALL, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR
หุ้นเด่นวันนี้ : OSP
- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 20 บาท
- แนวโน้มกำไรปกติ 3Q26 อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งที่เผชิญต้นทุนสูงทั้งไตรมาส แต่การบริหารจัดการที่ดีทำให้กำไรน่าจะ -23% q-q (low season) แต่ +20% y-y
- กำไร 4Q26 มีแนวโน้มฟื้นทั้ง q-q, y-y หลังจากทำการขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศหมดปัญหาเรื่องขนส่ง และในเมียนมาร์ทยอยฟื้นต่อ เราคาดกำไรปีนี้ +12% ปีหน้า 3%
- แนวรับ 38.30 / 18.00 บาท แนวต้าน 18.90 / 19.50 บาท
ประเด็นสำคัญวันนี้ :
(+) BCPG รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 อยู่ที่ 1,200 ลบ. +676% q-q และ +91% y-y ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มากกว่าเราและตลาดคาด 30-45% จากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมสูงกว่าคาด แนวโน้มกำไร 4Q26 จะเพิ่มขึ้นมาก จากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุน 1.7-2.0 พันลบ. คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท
(+) EGCO คาดกำไรปกติ 3Q26 เติบโตแข็งแกร่ง และกำไรสุทธิจะโตแรงจากกำไรจากการขายเงินลงทุนบางส่วนในโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพา-คลองหลวง แนวโน้มกำไร 4Q26 จะลดลงเพราะไม่มีรายการพิเศษและโรงไฟฟ้าหยุดซ่อม คงประมาณการกำไรปี 2026 เติบโต 3.5% y-y คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 150 บาท
(0) CRC คาดกำไร 3Q26 จากธุรกิจต่อเนื่องที่ 1.71พันลบ. (+43% y-y, -8% q-q) หนุนจากยอดขายและ SSSG ฟื้นตัว รวมถึง Gross Margin เพิ่มขึ้นเป็น 25.3% ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026-28 ขึ้น 6-9% โดยคาดกำไรปี 2027 โต 7.3% อย่างไรก็ตาม P/E ปี 2027 ที่ 18.8x สูงกว่ากลุ่มราว 25% สะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว จึงคงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 34 บาท
(-) SISB คาดจำนวนนักเรียน 3Q26 ลดลงเหลือ 4,374 คน ต่ำกว่าเป้าทั้งปีที่ 4,600 คน จากเศรษฐกิจอ่อนแอและการแข่งขันสูง คาดกำไรปกติ 3Q26 ที่ 190 ลบ. -3% q-q, -25% y-y ต่ำสุดในรอบเกือบ 12 ไตรมาส แม้ Net Margin ยังสูงที่ 31% คาดกำไรปี 2026 ลดลง 12% และปี 2027 ทรงตัวจากต้นทุนเพิ่มขึ้น คงราคาเป้าหมาย 14.80 บาท โดยยังมองบวกต่อศักยภาพระยะยาวหากจำนวนนักเรียนฟื้นตัว
(+) ตลาดดาวโจนส์ปิดบวก โดย Dow Jones ปิดที่ 53,356.12 จุด เพิ่มขึ้น 1,569.40 จุด หรือ +3.03% ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 7,688.62 จุด เพิ่มขึ้น 119.70 จุด หรือ +1.58% และ Nasdaq ปิดที่ 25,736.51 จุด เพิ่มขึ้น 364.50 จุด หรือ +1.44% หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมอย่างท่วมท้น ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
(+) ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก โดย STOXX 600 เพิ่มขึ้น 11.74 จุด หรือ 1.82% ปิดที่ 657.40 จุด หลังพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
(+) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (3 พ.ย.) และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยอมรับผลการเลือกตั้งดังกล่าว
(+) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดย Current อยู่ที่ 33.51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ Previous ที่ 33.61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 0.3%
(-) ราคาน้ำมันดิบลดลง 8.98 ดอลลาร์ หรือ 8.67% ปิดที่ 94.62 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมอย่างท่วมท้น ทำให้นักลงทุนมองว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจยุติลงเร็วขึ้น
(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 132.60 ดอลลาร์ หรือ 3.37% ปิดที่ 4,073.00 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังจากพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)








