บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

MK Restaurant Group (M.BK/M TB)*

ต้องการเวลาเพื่อให้เห็นว่ากำไรฟื้นตัวชัดเจนขึ้น

Event 

เริ่มต้นบทวิเคราะห์และแนวโน้มธุรกิจปี 2569F 

Impact 

การเติบโตเชิงโครงสร้างจะหนุนจากการเติบโตระยะถัดไป 

เรามองว่า M ยังอยู่ในสถานะดีที่จะได้ประโยชน์จากการเติบโตเชิงโครงสร้างของตลาดสุกี้และชาบูในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมูลค่าตลาดขยายตัว 13% YoY สู่ 2.50 หมื่นล้านบาทในปี 2568 จาก 1.90 หมื่นล้านบาทปี 2562 แม้การแข่งขันจะรุนแรงขึ้นและส่วนแบ่งตลาดของ MK จะลดลงจาก ~75% เหลือ ~42% ช่วง 6 ปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่เราก็เชื่อว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตรอบใหม่ หนุนจาก i) การขยายสาขาโบนัสสุกี้อย่างรวดเร็ว ii) ยอดขายแบรนด์หลักดีขึ้นหลัง ลูกค้าตอบรับแคมเปญ MK Buffet ดี และ iii) การได้ประโยชน์จากการปรับพอร์ตธุรกิจผ่านการปิดสาขาที่มีผลการดำเนินงานต่ำและขยายแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงกว่า 

“โบนัสสุกี้” จะขับเคลื่อนการเติบโต 

เราคาดว่ารายได้ของโบนัสสุกี้จะเพิ่มจาก 246 ล้านบาทปี 2568 ขึ้นเป็น 2.5 พันล้านบาทในปี 2569F และ 3.8 พันล้านบาทปี 2570F หนุนจากการขยายสาขาปี 2569F ที่ 60 สาขาและปี 2570F ที่ 90 สาขาพร้อมกับ ประสิทธิภาพการดำเนินงานของสาขา (store productivity) ที่ดีขึ้น เราคาดจำนวนสาขาจะเพิ่มขึ้นจาก 689 สาขาในปี 2568 เป็น 721 สาขาในปี 2569F และ 758 สาขาใน 2570F โดยคาดสัดส่วนรายได้ของโบนัสสุ กี้ เพิ่มจาก 11% ปี 2568 ขึ้นเป็น 21% ปี 2570F ฐานกำไรของ M ก็จะหลากหลายมากขึ้นและลดการพึ่งพาแบรนด์หลักที่อยู่ในช่วงเติบโตเต็มที่ (mature brands) จากปัจจุบัน MK (64% ของรายได้) Yayoi (16%) และแหลมเจริญ (5%) 

ปี 2569F: รายได้มาก่อน กำไรตามมา 

เราคาดกำไร 2Q69F ที่ 175 ล้านบาท (-36% YoY, +8% QoQ) โดยเราคาดกำไรหลักปี 2569F ที่ 792 ล้านบาท (-5% YoY) ตามรายได้เติบโต 14% YoY ที่ 1.7 หมื่นล้านบาทขับเคลื่อนหลักจากการขยายสาขา โบนัสสุกี้ แต่อย่างไรก็ตาม margin ที่ถูกกดดันอยู่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญผลจากแคมเปญ MK Buffet, รูปแบบธุรกิจของโบนัสสุกี้ ซึ่งมี margin ต่ำกว่าโดยโครงสร้างและการเร่งขยายสาขาจะยังกดดันความสามารถในการทำกำไร ส่วนในระยะสั้น เราคาดกำไร 2Q-3Q69F จะยังอ่อนตัวก่อนจะเริ่มฟื้นตัวใน 4Q69F ปัจจัยหนุนจาก i) store productivity ของโบนัสสุกี้ที่ดีขึ้น ii) ประสิทธิภาพต้นทุนเพิ่มขึ้นผ่านการลดจำนวนพนักงานต่อสาขาและการบริหารงาน back-office ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ iii) operating leverage ที่แข็งแกร่งขึ้น โดยที่เราคาดว่า 4Q69F จะเป็นไตรมาสแรกที่กำไรกลับมาเติบโต YoY เป็นบวก ส่วนปี 2570F เราคาดรายได้ที่ 1.87 หมื่นล้านบาท (+10% YoY) และกำไรหลักจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 935 ล้านบาท (+18% YoY) จาก margin ฟื้นตัวและการรับรู้รายได้เต็มปีจากสาขาที่เปิดใหม่ปี 2569F 

Valuation & action 

ปัจจัยหลักที่จะหนุนให้หุ้น re-rate คือการได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าโบนัสสุกี้สามารถทำให้ margin ดีขึ้นบวกกับรายได้เติบโตแข็งแกร่ง เราคาดว่าปี 2569F จะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่กำไรยังถูกกดดันจากต้นทุน การขยายธุรกิจ ดังนั้น เราจึงเริ่มต้นบทวิเคราะห์ M ด้วยคำแนะนำ “ถือ” ประเมินราคาเป้าหมายที่ 22.60 บาท อิงจาก PER ปี 2569F ที่ 25x (-0.5 S.D) ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในขณะที่กำไรลดลง ทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลลดลงมาอยู่ที่ 3-4% จากอดีต 5-6% ทำให้ในแง่ความน่าสนใจด้านเงินปันผลลดลง โดยที่เราจะมองเชิงบวกมากขึ้นเมื่อเห็น margin ฟื้นตัวชัดเจนและกำไรกลับมาเติบโต YoY ยั่งยืนได้ 

Risks 

การใช้จ่ายของผู้บริโภคอ่อนแอกว่าคาด, การขยายสาขาโบนัสสุกี้ได้ช้ากว่าที่คาดและต้นทุนวัตถุดิบที่ สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดัน margin 

- Advertisement -