Daily Focus: Selective Play // Hold after Accumulated

2024 SET Target : 1470

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index แกว่งตัว Sideways Down ตามคาด โดยมีแรงขายออกมากดดันโดยเฉพาะในช่วงบ่าย กดดัชนีปิดลบ 3.77 จุด ที่ระดับ 1,375.69 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นขึ้นเป็น 4.2 หมื่นลบ. กลุ่มที่พยุงตลาด ได้แก่ พลังงาน ค้าปลีก ส่วนกลุ่มที่ถ่วง คือธนาคาร อิเล็กทรอนิกส์ ไฟแนนซ์ การแพทย์ สถาบันในประเทศพลิกมาขายสุทธิในตลาดหุ้นหนาแน่น 2.8 พันลบ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.6 พันลบ. (แต่ยัง Long Index Futures อีกเล็กน้อย 2.9 พันสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index จะแกว่งฟื้นตัว Sideways Up ในกรอบ 1,370-1,384 จุด จากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายมากขึ้น โดยตัวเลข ISM ภาคบริการเดือน มี.ค.สหรัฐฯออกมาต่ำกว่าคาดแต่ยังอยู่ในระดับขยายตัวที่ 51.4 ขณะที่ Speech ของพาวเวลที่มหาวิทยาลับสแตนฟอร์ด โทนยังออกมาในทาง Dovish และยังคงมุมมองเดิมว่าการลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดย FED ต้องการความมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะลดลงสู่เป้าหมาย 2% ได้อย่างยั่งยืน สู่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯและ Dollar Index เริ่มปรับตัวลดลง เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงมาก ส่วนกลุ่มพลังงานคาดว่ายังแข็งแกร่งตามราคาน้ำมันดิบที่ยังยืนสูง จากความกังวลสถานการณ์ Supply ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตามตลาดรอจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรฯเดือน มี.ค. ในคืนวันศุกร์ ส่วนไทยจะประกาศเงินเฟ้อเดือน มี.ค. ช่วงเช้า เรายังคงมุมมองเชิงบวกระยะกลาง-ยาวจากการเร่งเบิกจ่ายงบฯปี 2567 ที่จะเริ่มใน 2024 รวมถึงนโยบายเงินดิจิทัลที่จะมีความชัดเจนวันที่ 10 เม.ย. ขณะที่การประชุมกนง.สัปดาห์หน้าเรามองว่ายังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.5% แต่หากลดดอกเบี้ยจะ Surprise ตลาดและเป็นอีกแรงหนุน ภาพรวมเรา ยังให้น้ำหนักว่าดัชนีมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตามเศรษฐกิจและกำไรบจ. และมีแนวโน้มทยอยเร่งตัวขึ้นในปีนี้

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่แนวโน้มกำไรปี 2024 แข็งแกร่งและเทรด PER/PBV ต่ำเทียบกับ Pre-Covid // ถือลงทุนหลังสะสมหุ้นเพิ่มบริเวณ 1,350+- จุด

หุ้นเด่นเดือน เม.ย.: BA, CPALL, CPN, ITC, TIDLOR

FSSIA Portfolio: AOT, BCH, CALL, CPN, GPSC, NSL, SHR, SJWD, and TIDLOR

หุ้นเด่นวันนี้ : AAV

  • แนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 3.10 บาท
  • คาดกำไรปกติ 1Q24 แข็งแกร่งอย่างมากมีลุ้นแตะระดับ 1 พันลบ. โตแรงทั้ง q-q และ y-y หนุนจาก Load Factor ที่แข็งแกร่ง 96% ดีขึ้นจาก 4Q23 ที่ 93% และราคาตั๋วที่ปรับขึ้น 1-2% q-q เป็น 2,050 บาท อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทที่อ่อนจะทำให้มีการบันทึกขาดทุน FX ราว 2-2.4 พันลบ. ทำให้อาจเห็นขาดทุนสุทธิ 1.1-1.5 พันลบ.
  • เส้นทางบินไทย-จีนมีผู้โดยสารเร่งขึ้น 20-30% ในเดือน ก.พ.-มี.ค.หลังเปิดฟรีวีซ่า เรามอง AAV จะเป็นคนที่ได้ประโยชน์โดยตรงและมีการเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางนี้ เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2024 ขึ้น 36% เป็น 2 พันลบ. และยังมี Upside จากค่าตั๋วที่อาจทำได้ดีกว่า ที่คาด
  • แนวรับ 2.36-2.34 บาท แนวต้าน 2.50-2.54//2.70 บาท

Fund Flow : วานนี้กระแสเงินทุนโดยรวมพลิกมาไหลออกจากภูมิภาคสุทธิ US$833 ล้าน โดยกระจุกตัวที่ไต้หวัน US$675 ล้าน ส่วนเกาหลีใต้ไหลออกบางๆ US$29 ล้าน ด้านอาเซียนเม็ดเงินไหลออกเกือบทุกประเทศนำโดยอินโดนีเซีย US$111 ล้าน มีเพียงไทยที่ไหลเข้า US$43 ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนวันนี้มีโอกาสพลิกมาไหลเข้าหลัง Speech ของประธาน FED ยังออกมาในโทน Dovish และยังมองว่าการลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในปีนี้

ประเด็นสำคัญวันนี้

(+) กลุ่มท่องเที่ยว ตัวเลขนักท่องเที่ยวสัปดาห์ที่ 13 (25 -31 มี.ค. 24) ลดลง 1% w-w และโต 42% y-y อยู่ที่เฉลี่ย 9.2 หมื่นคน/วัน และคิดเป็นการฟื้นตัวประมาณ 80-85% pre-Covid นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเป็นอันดับ 1 ที่ 1.8 หมื่นคน/วัน กลุ่ม non-Chinese เติบโต 34% Y-Y คิดเป็น 90-95% pre-Covid โดยมีปัจจัยบวกจากนักท่องเที่ยว UK (+44% w-w) จากช่วงวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ ภาพรวม 1Q24 นักท่องเที่ยวรวม 9.37 ล้านคน ดีกว่าที่เราคาด 4% ทำให้แนวโน้มรวมปี 2024 คาดว่ามีโอกาสเกินที่เราประเมินไว้ที่ 35 ล้านคน เรามองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงแรมในประเทศอย่าง ERW CENTEL AWC อย่างไรก็ตามในเชิง Valuation เรายังชอบ SHR เนื่องจากคาดกำไรปกติปี 2024 จะเติบโตกระโดด 3 เท่าจากฐานต่ำ และ Valuation ยังถูกโดยปัจจุบันเทรด PBV เพียง 0.6 เท่า

(+) SIRI ยอด Presales 1Q24-19% q-q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ +19% y-y อยู่ที่ 9.6 พันล้านบาท ซึ่งดีกว่าเป้าบริษัท 20% และคิดเป็น 21% ของเป้าทั้งปี หนุนจากความสำเร็จของการเปิดตัวแนวราบ High-end อย่าง BuGaan Rama9-Meng Jai ที่ปิดการขายได้เร็วกว่าคาดรวมถึงคอนโดใหม่ Cabanas Hua Hin ทำ take-up rate 30% ขณะที่คาดกำไรปกติ 1Q24 อ่อนลง q-q แต่โต y-y ที่ 1.0-1.1 พันลบ. จากการรับรู้ Backlog และการเน้นขายโครงการเปิดตัวใน 4Q23 โดยเราให้นำหนักกับการเติบโตใน 2H24 จากแผนเปิดตัวและคอนโดสร้างเสร็จใหม่เพิ่มขึ้น คงคาดกำไรปกติปี 2024 -3% y-y จากฐานสูง และราคาเป้าหมาย 1.90 บาท ราคาหุ้น มี Upside กว้างขึ้น จึงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”

(+) ASW ยอด Presales 1024 +33% q-q, +65% y-y ที่ 6.3 พันลบ. คิดเป็น 35% ของเป้าทั้งปี ดีกว่ากลุ่มฯ มีแรงหนุนหลักจากความสำเร็จของการเปิดขายคอนโดในภูเก็ตของ TITLE ที่มียอดขายดีกว่าคาดอย่าง The Title Heritage Bangtao มูลค่า 6 พันลบ. Take-up rate 52% และ The Title Serenity Naiyang มูลค่า 4 พันลบ. Take-up 25% แนวโน้มกำไร 1Q24 คาดลดลง q-q แต่ดีขึ้น y-y จากการโอนต่อเนื่องของคอนโดใหญ่ใน 4Q23 บวกกับมีคอนโดสร้างเสร็จใหม่ 1 แห่ง และคอนโด JU ที่เริ่มโอนได้เร็วกว่าแผน ขณะที่โมเมนตัมกำไรจะเร่งขึ้นอย่างมีนัยใน 2024 จากการเริ่มโอนคอนโดเพิ่มอีก 3 โครงการ คงประมาณการกำไรปกติปี 2024 ที่ 1.1 พันลบ. +37% y-y และราคาเหมาะสม 9.50 บาท ยังแนะนำ “‘ซื้อ”

(-) ตลาดดาวโจนส์ ลดลง 43.10 จุด หรือ -0.11% ปิดที่ 39,127.14 จุดเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดส่งสัญญาณไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย

(+) ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวก หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลภาคบริการที่อ่อนแอกว่าคาดและเงินเฟ้อยูโรโซนที่ลดลงตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง

(+) ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดบวก หลังปรับตัวลดลงในวันก่อนหน้า โดยตลาดประเมินคำแถลงของประธานในเชิงบวก

(0) ค่าเงินบาท ทรงตัว อยู่ที่บริเวณ 3661 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ -0.04%

(+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 28 เซนต์ หรือ 0.33% ปิดที่ 85.43 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่ 4 หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันเบนซินลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาด ในขณะที่เช้านี้บวกอยู่ที่ระดับ 85.72 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ +0.34%

(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 33.2 ดอลลาร์ หรือ 1.45% ปิดที่ 2,315.0ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนขานรับถ้อยแถลงของ ประธานเฟด ที่แสดงมุมมองบวกต่อภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ในขณะที่เช้านี้บวกอยู่ที่ระดับ 2,320.10 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ +0.22%

SPDR Gold Trust ถือครองทองค า 830.73/ +0.21%

- Advertisement -