- ไปต่อประเทศไทย / 1,420-1,450
- มุมมองตลาดหุ้นวันนี้
- SET คาดยังคงทางขึ้น : โดยพัฒนาการของปัจจัยภายในประเทศจะเป็นแรงหนุนหลัก นำโดย 1) ครม. ได้มีการประชุมนัดพิเศษเพื่อหารือโครงการต่างๆ ที่จะมีการแถลงนโยบายในวันที่ 12-13 ก.ย.นี้ และได้เห็นชอบโครงการต่างๆ โดยนโยบายระยะสั้น ได้แก่ โครงการปรับโครงสร้างหนี้ โครงการสนับสนุน SME โครงการลดค่าพลังงาน และโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นอกจากนี้ ยังบรรจุโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ และนโยบายยกระดับสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง ช่วยสร้างแรงหนุนให้หุ้นกลุ่มค้าปลีก การเงิน และธนาคาร ส่วนนโยบายในระยะกลางและยาว มีโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยรมว.กระทรวงคมนาคม เสนอโครงการก่อสร้างการขนส่งทางบก อากาศ ทางน้ำ และทางราง โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทางคู่ระยะ ที่ 2 จำนวน 7 สายในต่างจังหวัด โครงการ Land Bridge มองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ขนส่ง อสังหาฯ และ ท่องเที่ยว 2) ความหวังกองทุนวายภักษ์ หลังเริ่มมีรายละเอียดหนังสือชี้ชวนออกมา โดยจะมีการประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% และกำหนดผลตอบแทนสูงสุดที่ 9% ตลอดระยะเวลา 10 ปี โดยใน SET100 จะอิงหุ้นที่มี ESG Score ตั้งแต่ A ขึ้นไป ส่วนนอก SET100 จะต้องอยู่ในระดับ AA ขึ้นไป และจะมีการแถลงข่าวและนำเสนอข้อมูลวันนี้ มองจะเข้ามาหนุนหุ้นขนาดกลางและใหญ่ ด้านปัจจัยลบมาจากภายนอก หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือน ส.ค.67 ออกมาที่ 1.42 แสนตำแหน่ง เพิ่มขึ้นน้อยกว่าตลาดคาดและต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 64 กลับมาสร้างความกังวลในภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ตลาดจับตาการดีเบตระหว่าง แฮริส และ ทรัมป์ ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันอังคาร ปัจจัยอื่นสัปดาห์นี้ตลาดจับตา ตัวเลขนำเข้า-ส่งออกจีน เดือน ส.ค. GDP เดือน ก.ค. อังกฤษ PPI Core PPI CPI และ Core CPI เดือน ส.ค. ของสหรัฐ รวมถึง การประชุม ECB ในช่วงท้ายสัปดาห์
- กลยุทธ์การลงทุน : 1) งบและนโยบายภาครัฐฯ: BJC, CPALL, CPAXT, CRC, HMPRO, KBANK, KTB, KTC, SAWAD, AOT, AAV, MINT, ERW 2) วายุภักษ์: ADVANC, CPF, CENTEL, BCP, AMATA และ 3) Selective: GPSC, GUNKUL, SCC, SPALI, AP
ปัจจัยบวก
- กรมสรรพากรเดินหน้ายกระดับเก็บภาษี แพลตฟอร์มออนไลน์ และธุรกิจขนาดใหญ่ข้ามชาติ คาดว่าเริ่มจัดเก็บได้ มี.ค.ปี 68 โดยจะคิด 15% สำหรับบริษัทข้ามชาติ
- กระทรวงการคลังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2567 นี้ จะขยายตัวได้ประมาณ 2.7-3.0% โดยครึ่งปีหลังจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจจากหลากหลายส่วน เช่น กองทุนรวมวายุภักษ์ กองทุน Thai ESG และโครงการเงินดิจิทัล
- โกลด์แมน แซคส์ ปรับเป้าหมาย SET ใน 12 เดือนข้างหน้า จาก 1,450 จุด เป็น 1,550 จุด อ้างอิงจาก Forward P/E ที่ 16 เท่า ด้วยอานิสงส์เม็ดเงินจากกองทุนวายุภักษ์ที่จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาด และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ
- UPM เผยสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ ในเขต EEC มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม อพาร์ตเมนต์ มองปัจจุบันยังรองรับได้น้อยกว่าความต้องการของผู้เข้าพัก 20-30%
ปัจจัยลบ
- สหภาพยุโรป เปิดเผยว่า เดือน ส.ค. 67 ทำสถิติเป็นเดือนส.ค.ที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ เท่ากับเดือน ส.ค. 66 โดยมีอุณหภูมิอากาศ พื้นผิวเฉลี่ยอยู่ที่ 16.82 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนส.ค.ปี 2534-2563 อยู่ 0.71 องศาเซลเซียส
- Benchmark Mineral Intelligence ระบุว่า มีโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ถึง 19 โครงการในจีนถูกยกเลิก หรือเลื่อนออกไปในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ สาเหตุจากยอดขายรถอีวีทั่วโลกเริ่มชะลอตัว
- โตโยต้า วางแผนที่จะชะลอการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดคาดการณ์ยอดขายทั่วโลกสำหรับปี 2569 ลงเหลือ 1 ล้านค้นต่ำกว่าคาดการณ์ยอดขายสำหรับที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ประมาณ 30%
PICKS OF THE DAY
CRC BUY
- เป้าหมาย 35.00 / 36.00 แนวรับ 32.00
- บาทแข็งหนุนสินค้านำเข้า: เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากการไหลเข้าของ Fund Flow ต่างชาติ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ บริษัท CRCที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจะได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าถูกลง ในขณะที่ราคาขายปลีกยังคงเดิม คาดว่า GPM ของ CRC จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
- จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น: เดือนกรกฎาคมมีนักท่องเที่ยวขาเข้า 3.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง +13.24% m-m, +24.6% y-y ส่วนใหญ่มาจากยุโรปและจีน คาดว่าการบริโภคจะเพิ่มขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร้านค้าปลีกทุกขนาด รวมถึง CRC
SPALI BUY
- เป้าหมาย 18.80 / 19.50 แนวรับ 17.50
- แนวโน้ม 3Q67 เติบโต y-y ได้ดี: แนวโน้ม 3Q67 ยอดโอนและอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวได้ต่อเนื่องจากคอนโดที่ครบกำหนดโอนต่อเนื่องมายัง 3Q67 โดยเฉพาะคอนโด Supalai Icon Sathorn ที่เป็นคอนโดระดับราคาสูงยังมี backlog อยู่มาก คาดว่า 3Q67 ผลประกอบการจะเติบโต y-y ได้ดี
- ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำกว่า Div. yield เฉลี่ย: คาดปันผลทั้งปี 67 ที่ 1.44 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 7.96% จากราคาปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 6.14% แสดงถึงราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำกว่า Div. yield เฉลี่ยในอดีต









