บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
THORESEN THAI AGENCIES (TTA TB)
อ่อนตัวตามฤดูกาล แต่จะฟื้นในระยะถัดไป
- TTA มักทำค่าระวางได้ดีกว่าอุตสาหกรรม ทั้งที่ 1Q26 เป็น low season
- ธุรกิจ Offshore ฉุดผลประกอบการจากงานที่ส่งมอบน้อยใน 1Q26 และมาร์จิ้นที่ต่ำกว่าธุรกิจเรือ
- คาดค่าระวางเรือฟื้นตัวใน 2Q26 หนุนจาก supply ที่ตึงตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ธุรกิจเรือได้แรงหนุนจากค่าระวางเรือที่ทำได้ดีกว่าอุตสาหกรรม
หลังจากที่ TTA ขายเรือ 1 ลำปลายเดือน ก.ย. 2025 ปัจจุบันยังคงมีกองเรือ 23 ลำ เป็นเรือขนาด Supramax 21 ลำ และ Ultramax 2 ลำ อัตราค่าระวางเรือของ TTA จึงอ้างอิงดัชนี BSI เป็นหลัก โดย BSI เฉลี่ยใน 1Q26 อยู่ที่ 1,150 จุด (-16.6% q-q, +40.4% y-y) คิดเป็นค่าระวางของอุตสาหกรรมประมาณ USD12,501 ต่อลำต่อวัน TTA มักทำค่าระวางได้ดีกว่ามาตรฐานของดัชนี Supramax เฉลี่ยประมาณ 11-14% เราจึงคาดค่าระวางเรือของ TTA ใน 1Q26 ที่ USD14,030 ต่อวัน คิดเป็นรายได้ในรูปเงินบาท 1,860.9 ล้านบาท (-12.3% q-q, +12.8% y-y) ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือน่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำตามฤดูกาล ไตรมาสนี้มีเรือซ่อมบำรุงเพียง 2 ลำ
ธุรกิจ Offshore ที่รายได้ส่งมอบชะลอฉุดผลประกอบการใน 1Q26E
ธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่ง (Offshore service) เป็นรายได้หลักอีกแหล่งหนึ่งของกลุ่มมีสัดส่วน 54-56% ของรายได้รวม แต่รายได้ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นกับการประมูล และมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าธุรกิจเรือพอสมควร ทำให้มีกำไรขั้นต้นราว 30% ของกลุ่ม (กำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือมีสัดส่วน 40% ของกลุ่ม) รายได้ที่จะส่งมอบใน 1Q26 มีมูลค่า USD70 ล้าน ต่ำสุดในรอบ 2 ปี เราคาดรายได้จาก Offshore -35.2% q-q, -44.4% y-y เป็น 2,213.5 ล้านบาท และคาดอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 10% ใกล้เคียงไตรมาสก่อน
ผลกระทบทางตรงจากสงครามจำกัด แต่ทางอ้อมช่วยหนุนค่าระวางเรือสูงขึ้น
ผลจากสงครามในตะวันออกกลางต่อ TTA ยังอยู่ในวงจำกัด ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่เส้นทางหลักของเรือเทกองของ TTA แต่ Supply เรือที่หายไปจากการติดค้างอยู่กลางทะเลและการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ หนุนดัชนี BSI ปัจจุบัน (15 เม.ย. 2026) +11.8% จากสิ้นเดือน มี.ค. มาอยู่ที่ 1,344 จุด ค่าระวางเรือของอุตสาหกรรมเฉลี่ย 6 วันทำการแรกของเดือน เม.ย. อยู่ที่ USD13,956 ต่อวัน +11.6% q-q แม้สงครามจบลงแต่ Supply ยังไม่กลับสู่ปกติทันที น้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเป็นภาระของลูกค้าเพราะสัญญาส่วนใหญ่เป็น Time charter ยกเว้นในส่วนของ Voyage charter ที่บริษัทจะรับภาระเองแต่ได้ทำ hedging แล้วบางส่วน ผลต่อธุรกิจ Offshore อาจมีต้นทุนที่เกี่ยวกับลูกเรือเพิ่มขึ้นจากงานบางส่วนที่ทำงานอยู่ในบริเวณตะวันออกกลาง แนวโน้มการขุดเจาะน้ำมันหลังสงครามอาจมีมากขึ้นเพื่อชดเชยอุปทานที่หายไป แต่ขึ้นกับการประมูล และอาจเผชิญข้อจำกัดในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานหรือแท่นขุดเจาะที่ได้รับความเสียหาย
แนวโน้มผลประกอบการจะดีขึ้นใน 2Q26
เราคาดกำไรปกติ 1Q26 ที่ 143.2 ล้านบาท -50.5% q-q แต่ฟื้นจากขาดทุน 185.0 ล้านบาทใน 1Q25 แนวโน้ม 2Q26 ดีขึ้น q-q จากฤดูกาล กำไร 1Q26 ที่คาดคิดเป็น 14% ของทั้งปี เราจึงคงประมาณการและราคาเป้าหมาย 5.30 บาท (2026E P/E 9.2x)








